บทที่ 405 เส้นทางสู่สรวงสวรรค์
……………
“โบราณกล่าวว่า ‘ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ จงดูเอาเถิด ผู้เฒ่าท่านนี้มีใบหน้าเปี่ยมเมตตา ท่วงท่าการก้าวเดินก็ดูมีภูมิฐาน ข้ามองว่าท่านผู้นี้ดูคล้ายเทพเซียนอยู่ไม่น้อยเลย” ซ่งโหยวเอ่ยทั้งรอยยิ้มพลางหันไปมองขุนนางหนุ่ม “ท่านคิดว่าผู้เฒ่าท่านนี้ใช่เทพเซียนหรือไม่เล่า”
“เฮ้อ…”
ขุนนางหนุ่มกลับถอนหายใจออกมา มิได้ตอบคำถามในทันที แต่ส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าวว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่า เมื่อมนุษย์สิ้นอายุขัยแล้วได้สำเร็จเป็นเซียน หากยังไปไม่ถึงวิมานสวรรค์ ก็ยังไม่อาจนับเป็นเทพเซียนได้เต็มตัว แต่จะกลายเป็นเพียงวิญญาณที่มีอิทธิฤทธิ์จำแลงกายแก่กล้ากว่าวิญญาณทั่วไป และไม่เกรงกลัวแสงตะวัน เว้นแต่ผู้ที่เมื่อยามมีชีวิตจะหมั่นบำเพ็ญเพียรจนมีอาคมแก่กล้า จึงจะมีวิชาอาคมอื่นติดตัวมาก่อนจะไปรับตำแหน่ง และยังมีเรื่องเล่าว่าหลังจากตำนานเมื่อร้อยปีก่อนแพร่งพรายออกไป เหล่าเทพเซียนที่กำลังเดินทางไปรับตำแหน่งบนเขาจุนเจ่อก็มักถูกผู้คนเข้ามารบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ยิ่งล่าช้า บ้างก็ถูกรั้งไว้ ดังนั้นยามเหล่าเทพเซียนจะเดินทางไปรับตำแหน่งจึงมักแปลงกายเป็นปุถุชนเพื่อมิให้ใครจำได้ หรือไม่ก็เลือกเดินทางยามราตรีแทน”
“ดูท่าท่านจะศึกษามาไม่น้อยเลยทีเดียว”
“ล้วนแล้วแต่ฟังเขาเล่ามาทั้งสิ้น” ขุนนางหนุ่มส่ายหน้าอย่างเคอะเขิน “ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ที่เฟิงโจวเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ลำน้ำอิ่นเจียงถูกตัดขาด