มวลน้ำไหลย้อนกลับไปยังทิศทางเดิมอยู่วันหนึ่งเต็มๆ กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ หมู่บ้านและตัวเมืองตลอดสองฝั่งแม่น้ำไล่มาจนถึงเหยาโจวต่างได้รับความเสียหายมากน้อยต่างกันไป ท่ามกลางมหันตภัยครั้งนั้น มีผู้ทรงธรรมปรากฏกายช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านซาบซึ้งใจนักจึงพากันตั้งศาลเจ้าไว้สักการะ หากคำนวณดูแล้ว กลางเดือนสี่ปีนี้ คงมีเทพเซียนที่จะขึ้นไปรับตำแหน่งบนวิมานสวรรค์ไม่น้อยเลย”
ซ่งโหยวได้ฟังก็อดหัวเราะออกมามิได้ เขารู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจยิ่ง “ในเมื่อท่านวิเคราะห์ได้ถี่ถ้วนถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่เข้าไปลองถามท่านผู้เฒ่าผู้นั้นดูล่ะว่าเขาเป็นคนจากที่ไหน”
“คุณชาย… ท่านไม่ใช่เทพเซียนจริงๆ หรือ”
“เทพเซียนกล่าวความเท็จได้ด้วยหรือ”
“ก็ข้าไม่รู้นี่นา”
“แล้วเซียนจากอี้โจว ต้องมาขึ้นสวรรค์ที่เขาจุนเจ่อด้วยหรือ”
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้อีกนั่นแล”
“นับเป็นวาสนาของพวกข้าที่ได้ล่วงรู้เรื่องราวแปลกใหม่น่าสนใจเช่นนี้ ฟังแล้วช่างเพลิดเพลินใจนัก ข้าย่อมไม่กล้าเล่าความเท็จให้ท่าน ข้าเป็นเพียงนักพรตธรรมดาเท่านั้น หาใช่เทพเซียนอย่างที่ท่านเข้าใจ” ซ่งโหยวยิ้มให้เขา “หากท่านปรารถนาจะตามหาเทพเซียนจริงๆ เห็นทีคงต้องเบนสายตาไปทางอื่นเสียแล้ว”
“อันที่จริงข้าก็ไม่ได้คิดจะดึงดันตามหาหรอก” ขุนนางหนุ่มแย้มยิ้มอย่างสดใสพลางตอบว่า “จริงอยู่ที่ผู้คนซึ่งมาปีนเขาจุนเจ่อในช่วงนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมาเพราะหวังจะพึ่งพาบารมีเทพเซียน ขอพรให้ตนมี