สุดท้ายของชีวิตแล้ว การที่ได้อยู่ในเมืองผีแห่งนี้มาครึ่งปี ร่างกายก็อยู่ในสภาพสิ้นเชื้อไม่เหลือไฟแล้ว
วัดแห่งนี้ก็เล็กมาก พอที่จะให้คนหนึ่งคนอาศัยอยู่เท่านั้น
พระภิกษุเกือบจะต้องย่อตัวเข้าไป หลังจากกำชับวิญญาณทั้งสองตนแล้ว ก็วางไม้เท้าลงข้างกาย แล้วเริ่มนั่งขัดสมาธิ
เขาหยิบลูกประคำออกมา หลับตาลงพร้อมกับก้มศีรษะสวดมนต์ในใจ
เมื่อสวดมนต์จบลงหนึ่งรอบ ลูกประคำก็ร่วงหล่นลงมาในทันที
ศีรษะของพระภิกษุก็ยิ่งก้มต่ำลง
“…”
แรงศรัทธาและแรงอธิษฐานจากโลกมนุษย์และจากวิญญาณในเมืองผีได้หล่อหลอมร่างจำแลงพุทธะให้พระภิกษุในชั่วพริบตา
พระภิกษุเดินออกมาจากวัดเล็กอีกครั้ง ด้วยสีหน้าที่สงบเยือกเย็น
หันกลับไปมอง ภายในวัดมีเพียงกายเนื้อของท่านเท่านั้น
“อามิตตาพุทธ…”
พระภิกษุโบกมือไปทางร่างนั้น
กายเนื้อพลันแปรเปลี่ยนเป็นรูปปั้น คล้ายทำจากไม้ ไม่มีตาหูจมูกปาก ราวกับยังแกะสลักไม่เสร็จสมบูรณ์
พระภิกษุเพียงละสายตาจากรูปปั้นไม้แล้วก้าวเดินจากไป วิญญาณทั้งสองก็คอยติดตามอยู่ด้านซ้ายและขวา
ซ่งโหยวจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เขาเดินนำม้าขนแดงไปจนถึงประตูเมืองผี
ด้านหลังมีขุนนางภูตและนายทหารผีมากมายมาส่ง
“ท่านเซียนจะเดินทางไปที่ใดอีกหรือ”
“ออกพเนจรท่องโลกหล้าและถือโอกาสนี้รวบรวมดินห้าทิศ เพื่อสร้างนรกให้แก่พวกท่าน”
“ท่านเซียนจะกลับมาเมื่อใด”
“จะกลับมาในวันที่นรกก่อตัวสำเร็จ”
“ท่านเซียน…”
“เบื้องหน้ามีแสงอาทิตย์แล้ว ทุกท