ินอยู่แทบเท้าของเขาพลางหันกลับมามองพวกนาง ก็เดินไกลออกไป นางจึงละสายตา ก่อนจะยืนหลับตาลง ครุ่นคิดอยู่อย่างสงบนิ่ง
“…”
หญิงสาวลืมตาขึ้น ไม่กล่าวสิ่งใด เพียงแต่ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
แท่นพิณหินเขียวเบื้องหน้านางสลายหายไปตามสายลม พิณโบราณนั้นก็แปรเป็นควันสีคราม ล่องลอยขึ้นไปในอากาศ
หญิงสาวหันหลังกลับ ก้าวออกไปเพียงหนึ่งก้าว ก็แปรเปลี่ยนเป็น ร่างแท้ของปีศาจจิ้งจอกแปดหาง นางไม่หันไปมองนักพรตที่อยู่ไกลออกไป ย่อตัวลงกระโดด แล้วก้าวเดินไปในอากาศ เพียงชั่วพริบตาก็มาถึงบริเวณขอบของเมืองผี อันเป็นตำแหน่งที่ห่างไกลจากศูนย์กลาง และอยู่ห่างจากจวนองค์เทพเย่ว์หวังกับวัดของฝ่ายพุทธไปคนละทิศทาง
ปีศาจจิ้งจอกแปดหางนั่งลงอย่างสงบเรียบร้อย ณ ที่แห่งนั้น
จากนั้นจึงปิดตาลง
ด้านหลังของนาง มีเมล็ดพันธุ์หนึ่งงอกขึ้นมา แทงทะลุผืนดินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็เติบโตเป็นต้นเหมยขนาดใหญ่ กิ่งก้านสาขาแผ่ไพศาล ราวกับมีหน้าที่คอยบังลมบังฝนให้แก่ปีศาจจิ้งจอก
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ร่างของจิ้งจอกแปดหางก็กลายเป็นรูปสลักหิน คอยนั่งเฝ้ารักษาการณ์อยู่ ณ ที่แห่งนั้น
สองวันต่อมาภายในวัดฝ่ายพุทธ
พระภิกษุเดินมาถึงพร้อมกับไม้เท้า ร่างกายของเขาอ่อนแอลง เอาแต่ไอไม่หยุด
วิญญาณสองตนยังคงติดตามอยู่ข้างกายท่าน
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ช่วยเหลือผู้ป่วยจากโรคระบาดในเหอโจว ท่านได้ใช้พลังชีวิตไปมาก เมื่อมาถึงเฟิงโจวก็ใกล้ถึงวาระ