ในเมืองผีมีเสียงพิณแว่วมาเนืองๆ ไม่รู้ว่าลอยมาจากทิศทางใด แต่ฟังแล้วช่างรู้สึกผ่อนคลายสบายใจเหลือเกิน
พระภิกษุชะลอฝีเท้าลงพลางมองไปรอบๆ มองดูวิญญาณที่สัญจรไปมาในเมืองผีแห่งนี้
ในไม่ช้าพระภิกษุก็พบว่าวิญญาณส่วนใหญ่ยังเป็นคนหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่วัยกลางคน ดูจากรูปลักษณ์ก็รู้ว่าไม่ได้ตายเพราะสิ้นอายุขัย จึงอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าเวทนาออกมา ราวกับว่าเพียงแค่มอง ก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจพวกเขาแล้ว
ทันใดนั้นก็มีวิญญาณตนหนึ่งจ้องมองมาที่เขาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบวางงานในมือลง แล้วทำท่าทีคารวะ
“ท่านปรมาจารย์…”
“อมิตาพุทธ…”
พระภิกษุก็รีบทำความเคารพตอบกลับ
แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายยืนขึ้นตรง กลับเห็นว่าวิญญาณหนุ่มตนนั้นมีน้ำตาไหลเปรอะหน้า พยายามจะปริปากถามอะไรบางอย่าง “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ท่านมรณภาพแล้วหรือ ท่านมีตบะสูงส่งและมีคุณธรรมความดีมากมายถึงเพียงนี้ ไฉนถึงต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย…”
เสียงของวิญญาณตนนั้นฟังดูโศกเศร้าออกมาจากทรวงใน
“อ้อ…”
คราวนี้พระภิกษุจึงเข้าใจ ที่แท้วิญญาณตรงหน้าก็เข้าใจผิดไปเอง
พระภิกษุจึงรีบอธิบายว่าตนมาที่นี่ได้อย่างไร จากนั้นจึงถามชื่อของวิญญาณตนนั้น จึงได้รู้ว่าเขาเป็นวิญญาณที่ตายเพราะโรค