ระบาดครั้งใหญ่ที่กุยจวิ้น
ครานั้นพระอี้ตู๋ช่วยเขาไว้ไม่ได้
พระภิกษุรู้สึกผิดในใจจึงแวะพูดคุยกับเขาสักหน่อย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นม้าขนแดงหยุดยืนอยู่ไม่ไกล โดยมีเด็กหญิงนั่งเล่นกับงูอยู่บนหลังม้า พระภิกษุจึงกล่าวลาวิญญาณหนุ่ม และเดินตามแม่นางสามสีไป
ยังคงเดินไปพลางสำรวจไปพลาง
พระภิกษุมีดวงใจที่บริสุทธิ์ราวไข่มุก แววตาก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง มองทะลุถึงความทุกข์ทรมานก่อนตายและความไม่ยอมจำนนเมื่อถึงแก่ความตายของเหล่าวิญญาณทั้งหลาย
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เสาหินนั้น
พระภิกษุเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยอยู่บนแท่นสูง ครั้นหันไปมองอีกครา ก็เห็นหญิงสาวกำลังดีดพิณอยู่ไม่ไกล ไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์หรือปีศาจกันแน่ ยามเดินผ่านหน้านางไป เสียงเพลงพิณก็ยังคงบรรเลงต่อไป ทำให้เมืองผีที่มืดมิดและแห้งแล้งดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก อย่าว่าแต่ผู้ที่อยู่บนแท่นสูงเลย แม้แต่วิญญาณในเมืองผีก็รู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้นด้วย
ม้าหยุดอยู่ใต้เสาหิน ไม่เดินขึ้นไปต่อแล้ว
มีเพียงเด็กหญิงน้อยที่ก้าวขึ้นไปตามบันไดหินที่ลอยอยู่ จากนั้นก็หยุดแล้วหันกลับมามองพระภิกษุอีกครา
พระภิกษุจึงรีบเดินตามไปทันที
แม่ทัพผีทั้งสองที่อยู่ด้านหลังดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว