ารู้สึกว่าการลงโทษอาจจะหนักหนาเป็นพิเศษ จึงฉวยโอกาสหลบหนีพันธนาการของยมทูตไปในคืนนั้น จากนั้นก็หลบซ่อนตัวอยู่ในเฟิงโจวมาโดยตลอด” พระอี๋ตู้กล่าวต่อ “ภายหลังได้พบกับอาตมา และได้รับการชี้แนะ จึงเดินทางคุ้มกันอาตมามาจนถึงที่แห่งนี้”
เมื่อพระภิกษุกล่าวจบ แม่ทัพผีทั้งสองมองหน้ากันแล้วคุกเข่าลง เพราะไม่ต้องการให้พระภิกษุต้องลำบากใจ
“พวกข้ายอมรับความผิดและยินดีรับการลงโทษ”
“ท่านทั้งสองล้วนเป็นขุนศึกผู้คอยปกป้องบ้านเมือง จะคุกเข่าลงง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร รีบลุกขึ้นเถิด แม้จะทำผิดต้องรับโทษ ก็เป็นเรื่องของกฎเกณฑ์ในเมืองผีแล้ว” ซ่งโหยวโบกมือ “แต่จะว่าไปพวกเราล้วนมีวาสนาคล้ายจะได้พบกันอยู่หลายครั้งเชียว”
“โอ้”
“ในคืนที่ท่านทั้งสองถูกยมทูตพาตัวมาถึงเฟิงโจวและหลบหนีไป หากหนีช้ากว่านี้สักหน่อย ก็อาจได้พบกับข้าแล้ว”
“เรื่องนั้น…”
“หนีไปได้ก็ดีแล้ว หากหนีไม่พ้น ป่านนี้ดวงวิญญาณของพวกท่านคงถึงคราวแตกสลายแล้ว”
แม่ทัพผีทั้งสองยิ่งหวาดกลัวขึ้นไปอีก
ทว่าพระภิกษุเบื้องหน้ากลับเอ่ยถามขึ้น “เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่”
“เกิดแผ่นดินไหว แต่มันเป็นเพราะจระเข้ยักษ์หาใช่เพราะมังกรดินพลิกตัว”
“ข้าขอฟังโดยละเอ