รค์
เหนือศีรษะปรากฏแสงสว่างจางๆ ราวกับดวงอาทิตย์ ทะลุผ่านม่านหมอกลงมาเพียงประปราย
เมื่อซ่งโหยวลดสายตาลง ชุดชงชาก็ปรากฏอยู่บนโต๊ะด้วย
ทั้งสองคล้ายกำลังนั่งพูดคุยและจิบน้ำชาอยู่ท่ามกลางภาพวาดอันงดงาม
“ท่านมีฝีมือล้ำเลิศนัก”
“เป็นเรื่องธรรมดาของเทพเซียนที่จะส่งสารให้แก่มนุษย์ผ่านความฝัน ย่อมต้องมีความสามารถด้านวิชาสร้างฝันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย” องค์เทพเย่ว์หวังกล่าวอย่างเปิดเผย “ของข้ายังไม่นับว่าเก่งกาจนัก ได้ยินมาว่าผู้เก่งกาจที่สุดสามารถรังสรรค์ความฝันอันก้ำกึ่งระหว่างความจริงกับความเท็จได้ เป็นภาพมายาแต่ก็เป็นความจริง”
“ข้าเคยพบเทพเจ้าผู้หนึ่งที่มีความสามารถเช่นนี้”
“ข้าก็เคยพบสององค์” องค์เทพเย่ว์หวังกล่าว “องค์หนึ่งคือเทพแห่งความฝัน ส่วนอีกองค์หนึ่งคือเทพเจ้าแดนปุถุชน หากพูดถึงความเชี่ยวชาญในวิชาสร้างฝันแล้ว แทบจะทัดเทียมกันเลยทีเดียว”
“ไม่ทราบว่าเทพเจ้าแดนปุถุชนนั้น…”
“ใต้เขาอวิ๋นติ่ง”
“กลางทะเลสาบจิ้งเต่า”
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มอย่างพร้อมเพรียง
องค์เทพเย่ว์หวังหยิบกาขึ้นมาเทน้ำชา ท่าทางสง่างามยิ่งนัก
ส่วนซ่งโหยวก็เฝ้ามองเงียบๆ
องค์เทพเย่ว์หวังเป็นเทพเจ้าเก่าแก่
ไม่เหมือนกับเทพเจ้าหน้าใหม่อย่างโจวเหลยกงที่ผู้คนยังจำรูปลักษณ์ของเขาได้ แต่องค์เทพเย่ว์หวังอาจไม่มีผู้ใดจดจำใบหน้าที่แท้จริงของท่านได้ ดังนั้นรูปเคารพของโจวเหลยกงในศาลเจ้าจึงยังคงมีความคล้ายคลึงกับตัวจริงอยู่บ้าง จะคล้า