บข้า ตราบใดที่ไม่เกินเลย”
“ท่านพอจะทราบเรื่องนรกภูมิหรือไม่”
“ข้าไม่ได้ปิดกั้นตนเองขนาดนั้น”
“ข้าอยากเชิญท่านไปเป็นจักรพรรดิภูตผีในแดนนรก”
“…”
องค์เทพเย่ว์หวังวางถ้วยชาลง แทบจะลุกขึ้นเดินจากไปในทันที แต่แล้วก็จ้องมองมาที่เขาพร้อมกับขมวดคิ้วลง
“อย่าล้อเล่นกับข้าเชียว!”
“เหอะๆ…”
ซ่งโหยวหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ไม่ทราบว่าท่านดูแลรับผิดชอบสิ่งใด”
“ข้าดูแลทุกสิ่ง”
“อ้อ…”
เช่นนั้นก็หมายความว่ามิได้ดูแลสิ่งใดเลย
คล้ายกับเซียนชรา ไม่ว่าจะมาขอสิ่งใด ก็ล้วนขอได้ทั้งสิ้น ทว่าส่วนใหญ่มักไม่เกิดผล สุดแล้วแต่ใจจะศรัทธา
“ชาวเมืองอี้โจวต่างเคารพนับถือท่าน แรงศรัทธาไม่เคยขาดสาย แต่ท่านเป็นถึงเทพระดับสูง มีอิทธิฤทธิ์ล้นหลามถึงเพียงนี้ ลำพังเพียงแรงศรัทธาจากอี้โจวจะค้ำจุนพลังเทวะท่านได้อีกนานเพียงใด” ซ่งโหยวกล่าว “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าคิดว่าแรงศรัทธาของท่านก็น่าจะลดลงทุกปีมิใช่หรือ”
“อยากจะกราบไหว้จะทำอะไรก็ทำเถิด จะไม่ทำก็ได้ จะน้อยลงหรือดับสูญไปก็ช่างปะไร ข้าได้รับแรงศรัทธาพวกนั้นมานานพอแล้ว”
“ข้ามิได้ล้อเล่น” ซ่งโหยวกล่าว “ข้าตั้งใจจะอัญเชิญท่านไปเป็นจักรพรรดิภูตผีจริงๆ”
“เจ้าจะโน้มน้าวข้าได้อย่างไร”
“ความศรัทธาของวิญญาณก็คือความศรัทธา ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้เป็นจักรพรรดิภูตผีแล้ว ก็จะได้รับแรงศรัทธาจากปุถุชนเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ซึ่งไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงอี้โจว แต่หมายถึงทั่วทั้งใต้หล้า” ซ่