ซ่งโหยวหรือไม่ “แต่ท่านมิได้เป็นเช่นท่านราชครู พวกเขาจึงมิอาจมาถามไถ่ด้วยตนเองได้ จึงจำต้องให้เซียนเฒ่าอย่างข้ามาถามความเห็นจากท่าน”
เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด
“ท่านเป็นเซียนผู้อาวุโส เป็นเทพที่มีคุณธรรมและยังเป็นเทพที่มิได้อยู่ในอำนาจ เมื่อถูกสวรรค์เชิญมาแล้ว ก็โปรดกล่าวมาตามตรงเถิด”
“ได้สิ”
เทพชราผู้นี้ก็เป็นคนตรงไปตรงมาเช่นกัน เขาไม่สนใจเทพอายุน้อยที่อยู่ด้านหลังเลย เพียงประสานมือคารวะซ่งโหยวและกล่าวว่า “คราวก่อน เมื่อตอนที่ราชครูเป็นผู้ดูแลเมืองผีในโลกมนุษย์ เคยมีการปรึกษาหารือกับสวรรค์ ขอให้สวรรค์ส่งเทพลงมาเป็นจักรพรรดิแห่งแดนยมโลกเพื่อรักษาความสงบสุขนิรันดร์ จักรพรรดิแห่งโลกมนุษย์ผู้สร้างคุณงามความดี เมื่อสิ้นชีพก็ย่อมได้กลายเป็นจักรพรรดิแห่งภูตผี ทั้งสองมีฐานะเท่าเทียมกัน และยังขอให้พุทธศาสนาส่งพระโพธิสัตว์เข้ามาประจำการด้วย แต่ไม่มีอำนาจที่แท้จริง บัดนี้ราชครูสิ้นชีวิตแล้ว ท่านได้เข้ามาสานต่อการสร้างเมืองผีขึ้นใหม่ เช่นนั้นแล้วจึงอยากรู้ว่าท่านมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร”
“ในเมื่อข้าไม่ได้จะประทับอยู่ที่นี่เอง ย่อมสมควรมีเทพมาประจำการ” ซ่งโหยวกล่าวเว้นไปชั่วครู่ “ในเมื่อนรกภูมิมีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดทางพุทธ ก็ควรเหลือตำแหน่งไว้ให้ฝ่ายพุทธด้วยเช่นกัน ทว่า…”
“ทว่าอะไรหรือ”
เซียนชราชิงมู่มองไปยังนักพรตหนุ่ม
“ทว่าผู้ที่มารับตำแหน่งนี้ควรเป็นเทพที่มีคุณธรรมและคุณูปการสูง