มหน้าลงไม่กล้าสบตาเขา
นักพรตเพียงถามอย่างใจเย็น
“เป็นเทพได้อย่างไร”
“…”
เทพเจ้าอายุน้อยทั้งสองพลันตัวสั่นเทา แต่ก็ตอบตามความเป็นจริง “เมื่อองค์จักรพรรดิสวรรค์ลงไปจุติเพื่อชดใช้กรรม พวกข้าก็เป็นผู้ติดตามข้างกายพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จกลับสู่แดนสวรรค์ ทรงคำนึงถึงความจงรักภักดีในการรับใช้ของพวกข้า จึงได้นำพวกข้าขึ้นสู่แดนสวรรค์ด้วย และได้ถวายการรับใช้อยู่ข้างพระองค์เสมอ”
คำพูดของพวกเขานั้นฟังดูเป็นธรรมชาติดี เพียงแต่ยังไม่กล้าสบตาซ่งโหยว
ขุนพลเทพในแดนสวรรค์มีมากมายดุจหมู่เมฆ องค์เทพจวี้ซิงได้นั่งบัลลังก์อันดับสองเพราะเหล่าเทพเจ้าในแดนสวรรค์ต่างก็เคยประจักษ์ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา คราวก่อนองค์เทพจวี้ซิงลงมายังโลกมนุษย์เพื่อร่วมมือต่อต้านอารามฝูหลงกับจอมมาร แต่ผลลัพธ์คือแพ้และสิ้นชีพภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที วิญญาณแตกดับ เมื่อวิมานสวรรค์ได้ยินข่าวนี้เข้าก็ต่างตกตะลึง บ้างก็โกรธแค้นแทนองค์เทพจวี้ซิง แต่บ้างก็คิดว่าองค์เทพจวี้ซิงสมควรได้รับโทษ
‘องค์จักรพรรดิสวรรค์เสด็จลงมาจุติเพื่อชดใช้กรรม’ เป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่ถูกกล่าวออกมาเพื่อให้เกียรติและสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่เทพเท่านั้น
โบราณกล่าวไว้ว่า ‘หนึ่งคนบรรลุธรรม แม้แต่เดรัจฉานก็ได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย’ เทพสององค์นี้ก็ได้ขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกับจักรพรรดิชื่อจิน
ถึงแม้การจุดธูปให้เทพที่ไม่มีคุณธรรมและไร้ความสามารถจะไม่เหมาะส