่อมแซม”
“ซ่อมแซมอะไรหรือเจ้าคะ”
“เมืองผีบนโลกมนุษย์”
“อ้อ…”
สาวใช้ฟังแล้วก็ตอบรับอย่างว่าง่ายผิดปกติ
“…”
เสียงพิณชะงักไปเล็กน้อย หญิงสาวพลันเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง
“เจ้าชื่ออะไรนะ”
“ข้าชีชีเจ้าค่ะ”
“อ้อ…เสี่ยวชีนี่เอง…”
หญิงสาวก้มหน้าลงอีกครั้ง เสียงพิณจึงดังต่อเนื่อง
โครม!
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…
พลันมีเสียงระเบิดดังมาจากที่ไกล
เห็นเพียงเสาหินมหึมาพุ่งทะยานขึ้นฟ้าดุจหน่อไผ่ที่งอกขึ้นมาระหว่างผืนฟ้าและใต้หล้า
ถัดมาจึงเป็นเสียงหินแตกดังขึ้นไม่ขาดสาย ไม่แผ่นหินศิลาแยกตัวออกจากผืนดินได้เองโดยไม่มีผู้ใดแตะต้อง จากนั้นลอยขึ้นและหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ เรียงตัวเป็นบันไดทอดขึ้นไปสู่ยอดเสาหิน
นักพรตไม่รีบร้อน ค่อยๆ ก้าวขึ้นไปทีละขั้น
เสาหินสูงหลายสิบจั้ง ด้านบนสุดเป็นเพียงพื้นที่ราบเล็กๆ
เขาเดินขึ้นไปนั่งขัดสมาธิกลางยอดนั้น หลับตาเข้าสู่ห้วงภวังค์ ไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใด
จนเมื่อความคิดแจ่มแจ้งดีแล้ว เขาก็ลืมตาพร้อมกับยกมือขึ้น
บนมือปรากฏลำแสงน้อยใหญ่สับสนซ้อนกัน
เขาไม่ต้องออกแรงใดๆ ลำแสงเหล่านั้นก็แยกตัวลอยออกไปเอง ราวกับรู้ดีว่าต้องเดินทางไปที่ใด มีที่ของตนในหุบผา ลำแสงส่องสว่างดุจดาวตก ดุจฝูงหิ่งห้อย สุดท้ายก็พุ่งเข้าไปยังจุดหนึ่งบนผนังภูผา ก่อเกิดเป็นประกายแสงสีต่างๆ ก่อนจะหายวับไป
ลำแสงผุดขึ้นจากฝ่ามือเขาไม่หยุด กลายเป็นห้วงฝันหลากสีสันลอยพลิ้วไปมา สาดแสงเรืองรองไปทั่วหุบเขามืด สะท้อนชั