“แต่ข้าได้ยินว่าไม่ใช่แบบนั้น…”
“ข้าได้ข่าวว่าแค่ลักขโมยหรือมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเล็กน้อย ก็ถูกจับไปเผาเหมือนกัน!”
“คงไม่ถึงคราวพวกเรากระมัง…”
ผีส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้วิเศษใจกว้างอะไร
แต่ถึงไม่ใช่ผู้วิเศษ ก็ไม่ใช่คนบาปหนาเช่นกัน
ส่วนมากล้วนเป็นคนธรรมดาที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองอย่างนั้น
คนธรรมดานั้นเป็นอย่างไร มีคุณธรรมแบบไหน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยมากมาย เพียงทบทวนชีวิตของตนเองให้ดีก็พอ แต่ปัจจุบัน บรรดาผีที่ไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงกลับถูกจับตัวไปลงโทษ ไม่เหลือแม้กระทั่งเศษเสี้ยววิญญาณ ซ้ำยังมีข่าวลือว่า บางตนเพียงทำความผิดเล็กน้อยก็ถูกลากไปเผาแล้ว ผีเหล่านี้แม้เพิ่งกลายเป็นผีไม่นาน แต่ก็รับรู้ถึงความกว้างใหญ่ของสวรรค์และพิภพ ทว่าไม่มีที่ให้พำนัก เทพเทวาสูงส่งอยู่เบื้องบน แต่ก็ไม่อุปถัมภ์วิญญาณเบื้องล่าง มนุษย์ล้วนเคยกระทำความผิดเล็กน้อย เคยทำเรื่องน่าละอายใจกันทั้งนั้น จะไม่ให้หวั่นเกรงได้อย่างไร
นักพรตฟังไปก้าวเดินไป พวกยมทูตและทหารต่างก็ไม่กล้าขวางทาง
กระทั่งเดินมาถึงนรกเพลิง
แสงเพลิงสาดซัดเข้ามาถึงทางเดิน ไม่รู้ว่าสว่างกว่าครั้งก่อนมากเพียงใด เพียงยืนอยู่ปากทาง ก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนที่ซัดเข้ามาเป็นระลอก ร้อนระอุจนแทบจะเผาผิวหน้าให้ไหม้เกรียม
ที่ปากทางมีปีศาจตัวสีแดงฉาน ไม่หวั่นเกรงไฟลุกลาม รูปร่างสูงใหญ่ ทุกครั้งที่ยมทูตพาวิญญาณเข้ามา ปีศาจเหล่านี้จะช่วงต่อเข้าไปสู่นรกเพลิง เหล่าวิญญา