มองตามเขาด้วยสายตาเย็นชา แต่นักพรตก็มองตอบด้วยความเฉื่อยชาไม่ยี่หระ
‘ประลองชี้ชะตา’ หมายความว่าอย่างไรกันแน่
ใช่ว่าอารามฝูหลงจะไม่เคยปะทะกับพวกมันซึ่งๆ หน้ามาก่อน ทั้งสองฝ่ายล้วนมีความเป็นมายาวนานนับพันปี เคยปะทะกันบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าสิ่งที่แฝงอยู่ในนั้นคือ อารามฝูหลงเป็นตัวแทนของวิถีมนุษย์ ส่วนจอมมารเป็นตัวแทนของวิถีมาร ครั้นโบราณกาลทั้งสองฝ่ายเคยอาศัยอยู่ร่วมกันมาก่อน แต่ถึงกระนั้นใต้หล้าที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นผลมาจากการที่ฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะ
หากปีศาจยังดื้อดึงคิดท้าทายมนุษย์อีก ก็ต้องตัดสินแพ้ชนะกันใหม่
บรรยากาศบนยอดเขาช่างเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหวีดหวิว
คราวนี้นักพรตมุ่งหน้าไปสู่เมืองผีกลางเขาเยี่ยซาน
สภาพในเมืองผีดูไม่แตกต่างไปจากครั้งก่อนนัก ผ่านไปไม่นานยังแยกความเปลี่ยนแปลงชัดเจนไม่ได้ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือวิญญาณทั้งหลายล้วนหวาดผวา ไม่รู้ว่าภายนอกเกิดสิ่งใดขึ้น ระยะนี้ในเมืองผีจึงดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเช่นกัน
ซ่งโหยวเดินลัดผ่านเมืองผีไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เสียงซุบซิบของวิญญาณดังอยู่รอบตัว ล้วนแฝงด้วยความวิตกหวั่นไหว
มีวิญญาณถูกพวกยมทูตลากตัวเข้าไปด้านใน เหล่ายมทูตก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ส่วนผีที่ถูกลากไปนั้นก็ร้องโวยวายสุดกำลัง
“ทำไมต้องจับข้า ทำไมต้องจับข้าไปด้วย พวกท่านจับผิดคนแน่ๆ! ข้าชำระโทษหมดแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นผีชั้นสามนะ! ปล่อยข้า! ปล่อยข้าเถอะ!”