นยอมหยุดเสียแต่ตอนนี้ดีหรือไม่”
“…”
“…”
สองนักพรตยืนประจันหน้า มีเพียงสายลมพัดผ่านระหว่างกลาง
ผู้แข็งแกร่งย่อมไม่หวั่นไหวโดยง่าย
ในขณะนั้นเอง ซ่งโหยวได้ยินเสียงคร่ำครวญของเหล่าวิญญาณดังขึ้นมาเนืองๆ เสียงนั้นคล้ายแฝงไปด้วยความเจ็บปวดสุดขั้วหัวใจ ราวกับว่าจะแทงทะลุดวงวิญญาณให้ได้
“ที่ราชครูว่ามาก็มีเหตุผล จอมมารทั้งเจ็ดร่วมมือกันเช่นนี้ ต่อให้เป็นท่านนักพรตก็คงรับมือยากนัก” คราวนี้เป็นปีศาจจิ้งจอกที่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นหาได้แฝงนัยห้ามปราม แต่กลับเคล้าด้วยเสียงหัวเราะร่าเริง “ก่อนหน้านี้ที่พวกข้าบอกว่าจะช่วยท่านนักพรตก็หาใช่ความเท็จ แค่ท่านเอ่ยปาก พวกข้าก็พร้อมช่วยโดยไม่ลังเล”
ซ่งโหยวกลับไม่สนใจคำของนาง เพียงกวาดตามองจอมมารทีละตน รวมถึงนางด้วย จากนั้นจึงยืนค้ำไม้เท้าไว้แล้วเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ข้าจะไปจากที่นี่สักครู่ หากข้ากลับมาแล้วเห็นว่าท่านใดไม่อยู่ที่นี่แล้ว ข้าจะถือว่าท่านผู้นั้นไม่เคยมาเยือนที่นี่มาก่อน และเมื่อใดที่นรกภูมิถือกำเนิดขึ้น หากท่านผู้นั้นอยากไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งเทพ ก็เชิญแสดงความสามารถได้ตามใจ”
เขาเว้นไปครู่หนึ่ง
“แต่ถ้าข้ากลับมาแล้วพวกท่านยังอยู่กันครบ เช่นนั้นก็ดี พวกท่านล้วนเป็นเผ่าปีศาจจากยุคบรรพกาล อารามฝูหลงของข้าก็เช่นกัน เช่นนั้นแล้วก็มาประลองชี้ชะตากันที่เขาเยี่ยซานนี้อีกสักครั้งเถิด”
ทันทีที่กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินลงจากยอดเขาไปโดยไม่รอฟังคำตอบ
เหล่าจระเข้ยักษ์