ล่าวแย้ง “ถึงจะเป็นผีร้ายก็มีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน”
“ข้าหลอมเฉพาะคนบาปเท่านั้น และข้าเองก็ทำคุณมหาศาลให้ใต้หล้านี้และนรกภูมิแท้ๆ สหายบำเพ็ญไม่คิดจะไตร่ตรองบ้างหรือ”
สายตาของนักพรตหนุ่มคมกริบประหนึ่งคมดาบ
สีหน้าของราชครูสงบนิ่ง ทว่าสายตากลับพยายามหลบเลี่ยง หันมองไปทางเหล่าจอมมารแทน “ข้าสืบค้นตำราของอารามฝูหลงทั้งหมดแล้ว ย่อมรู้ความสามารถของผู้เป็นทายาทดี ใต้หล้านี้คงไม่มีจอมมารตนใด รวมถึงแม่นางจิ้งจอกนี่ ที่แข็งแกร่งพอจะเทียบเคียงทายาทแห่งอารามฝูหลงได้ แต่จอมมารทั้งเจ็ด ไม่สิแปดตนนี้นั้น ต่อให้อาจารย์ของสหายบำเพ็ญออกมารับมือเอง ก็เกรงว่าคงต้านทานไม่ไหวกระมัง…”
“เจ็ดต่างหากเล่า!”
เสียงของจิ้งจอกดังแทรกขึ้นมาทันที “ราชครูอย่าได้คิดเอาพวกข้าไปรวมกับพวกนั้นเชียว เผ่าจิ้งจอกแห่งเย่ว์โจวเช่นพวกข้าอาศัยใกล้ชิดมนุษย์ธรรมดามาตั้งแต่ครั้นบรรพกาล ไม่เคยทำร้ายมนุษย์ อีกทั้งยังไม่กล้าคิดเป็นปฏิปักษ์ต่ออารามฝูหลงอันสูงศักดิ์เสียด้วย ยิ่งไปกว่านั้น พวกข้าและท่านนักพรตก็สนิทสนมกันพอสมควรนี่…”
ฟังดูคล้ายเสียงของสาวใช้นางนั้น
พูดจบจิ้งจอกตนนั้นก็หันมาทางซ่งโหยว
“ท่านนักพรตว่าจริงหรือไม่”
ราชครูไม่สนใจนางแม้แต่น้อย เพียงกล่าวกับซ่งโหยวต่อ “สหายบำเพ็ญยอมเสี่ยงมาถึงที่นี่เพียงเพราะวิญญาณคนบาปไม่กี่ตน ไม่คำนึงถึงมิตรไมตรีในอดีตบ้างเลยหรือ”
ซ่งโหยวหาได้สนใจคำพูดนั้นไม่ แต่กลับจ้องมองราชครูไม่วางตา
“ท่า