แล้วก็กวาดล้างค่ายกลทั้งหมดทิ้งไป พอท่านจากไป ก็เริ่มวางค่ายกลอีกครั้ง…”
ซ่งโหยวฟังแล้วก็ได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น ไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ ก่อนจะละสายตาจากจิ้งจอกไปมองราชครูแทน ทั้งที่ภายในใจยังคงปั่นป่วนนัก
“อย่างไรเสียสหายบำเพ็ญก็มาแล้ว”
ราชครูทอดถอนใจ
“จนถึงวันนี้ข้ามีความใฝ่ฝันเพียงหนึ่งเดียว ตระกูลตั้งแต่ครั้นโบราณกาลล้วนแสวงหาหนทางสู่การบรรลุเป้าหมายนี้เท่านั้น นอกจากเรื่องนี้แล้ว ข้าขอยืนยันว่าไม่เคยทำสิ่งใดที่เป็นโทษต่ออาณาจักรต้าเยี่ยน หาได้ก่อกรรมทำเข็ญต่อปุถุชนคนธรรมดา อีกทั้งยังทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อแผ่นดินและราษฎร สร้างยุคทองอันรุ่งเรืองเช่นนี้ขึ้นมา”
“ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ใช่เพราะข้าโน้มน้าวให้ฝ่าบาทขับเคลื่อนแนวคิดการเปลี่ยนแปลง ผืนฟ้าในวันนี้ก็คงมิได้เป็นเช่นนี้ เหล่าวิญญาณในเขาเยี่ยซานล้วนเป็นผีร้าย หลังตายไปก็สมควรถูกลงโทษ”
“ไม่รู้ว่าสหายบำเพ็ญได้มองเรื่องทั้งหมดนี้อย่างทะลุปรุโปร่งหรือไม่ แต่ถึงอย่างไรก็รีบไปจากที่นี่เสีย ไว้ข้าหลอมโอสถทิพย์สำเร็จ หากสหายบำเพ็ญประสงค์ ข้าจะแบ่งให้หนึ่งหม้อ หากไม่ต้องการ ข้าก็จะจากไปพร้อมโอสถทิพย์นี้ ยุคทองของอาณาจักรต้าเอี้ยนย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปเพราะเรื่องนี้ นรกภูมิจะถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากความโกลาหล อีกทั้งใต้หล้านี้จะไม่มีนักพรตนาม ‘ฉางหยวนจื่อ’ อีกต่อไป ข้าขอก้าวลงจากแท่นอำนาจอันสูงส่งบนโลกปุถุชนนี้แต่โดยดี”
ซ่งโหยวได้ฟังเช่นนั้นก็ก