“ช้าก่อน!” ผู้คุ้มกันหนุ่มคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ “ท่านคงไม่คิดจะปล้นสินค้ากระมัง”
“ชิ้นเดียวข้าก็ไม่เอา”
“ก็จริง… หากท่านมีวิชาเทียมฟ้า คิดจะปล้นสินค้าคงไม่จำเป็นต้องกระทำการยุ่งยากถึงเพียงนี้” ผู้คุ้มกันหนุ่มเอ่ยพลางทำสีหน้าครุ่นคิดคล้ายเพิ่งคิดอะไรบางอย่างออก ก่อนจะปริปากเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “ต แต่…ของชิ้นนี้ดูจะล้ำค่ามาก หากมีใครรู้ว่าคนจากหน่วยคุ้มกันปล่อยข่าวได้ง่ายดายเช่นนี้ เกรงว่าคง…”
“อย่าประหม่านักเลย” ซ่งโหยวเพียงปรายตามองเขาอย่างสงบนิ่ง “ค่อยๆ พูดมาเถิด หากยังมีเรื่องกังวลหรืออยากฝากฝัง ก็ว่ามาเป็นข้อๆ ข้าขอฟังเพียงที่มาที่ไปและชื่อของสิ่งค้าเท่านั้น ที่เหลือข้าจะไม่ถามถึง”
“ขอรับ…”
ผู้คุ้มกันหนุ่มจึงค่อยๆ เอ่ยปากเล่าเรื่อง “อันที่จริงจริง พวกเราก็ไม่รู้ว่าผู้ใดฝากของชิ้นนี้มา และไม่รู้ว่าจะต้องส่งไปถึงมือใคร มีคนรับต่อมาเป็นทอดๆ พวกเราเพียงรับช่วงต่อมาเท่านั้น อย่าว่าแต่ข้าน้อยเลย แม้แต่หัวหน้าเผิงก็ยังไม่รู้ รู้เพียงว่ามันถูกส่งมาจากหยางโจวไปทางเหยาโจว ซึ่งเป็นแดนกันดาร โจรภูเขาชุกชุมนัก หน่วยคุ้มกันหน่วยอื่นล้วนไม่กล้าเดินผ่าน แต่หน่วยข้าน้อยรู้จักภูเขาแต่ละลูกเป็นอย่างดี จึงได้รับช่วงต่อมา สินค้ามีเพียงกล่องหนึ่งใบเท่านั้น ส่งถึงเฟิงโจวเมื่อไรก็จะมีคนอื่นมารับไปเอง”
“ฟังดูเหมือนส่งมาหลายปีแล้ว”
“เห็นว่าส่งมาเป็นสิบปีแล้วขอรับ อย่างน้อยก็ส่งปีละสองรอบ อย่างมากก็ห้ารอบ