ินแปรปรวนกลับไม่เกิดความโกลาหล ล้วนเป็นความดีความชอบของท่านรูทั้งสิ้น” ซ่งโหยวเอ่ยชม
“หาใช่ข้าคนเดียวไม่” ราชครูตอบเสียงเรียบ “ข้าเพียงทำหน้าที่ประสานงานเท่านั้น ความดีความชอบควรยกให้แก่เหล่าผู้มีความสามารถทั้งหลายในแผ่นดินต้าเยี่ยน คนตายกลายเป็นผี ก็ยังมีผีที่เปี่ยมความสามารถอยู่มากเช่นกัน”
ซ่งโหยวได้ฟังถึงกับยิ้มออกมา แล้วราวกับนึกอะไรขึ้นได้ “พูดถึงเรื่องนั้น ข้าก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ตอนที่ออกพเนจรแดนเหนือ เคยได้พบชายชาวแคว้นเหยียนโจวคนหนึ่ง เป็นคนซื่อสัตย์อบอุ่น มีน้ำใจนัก ข้าได้รับการต้อนรับจากเขา จึงรับปากจะฝากข้อความถึงบุตรชายของเขาที่ไปเป็นทหารที่ชายแดน แต่พอไปถึงด่านเหลียวซิน กลับได้ข่าวว่าด่านนั้นถูกตีแตกแล้ว ทหารทั้งกองไม่รอดชีวิตเลยสักราย…”
“ชายคนนั้นชื่ออะไร มาจากที่ใด”
“แซ่หลิน นามโหย่ว เป็นชาวเหยียนโจว ประจำการอยู่ด่านเหลียวซิน” ซ่งโหยวเอ่ยพลางโค้งคำนับ
“ไปค้นดู!”
ราชครูโบกมือทันที ขุนนางผีก็รีบออกไปทันใด
“ถึงเมืองผีจะเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน แต่ดวงวิญญาณที่มาเยือนที่นี่ ล้วนมีชื่ออยู่ในบันทึกแล้ว” ราชครูหันมาพูดกับซ่งโหยว “เพียงแต่ไม่ใช่ทุกคนที่ตายแล้วจะได้กลายเป็นผี และไม่ใช่ผีทุกตนจะถูกพามาที่นี่ ดังนั้นข้าจึงไม่อาจรับรองได้ว่าจะหาเจอแน่หรือไม่”
“ท่านราชครูจัดการทุกอย่างอย่างมีระเบียบจริงๆ” ซ่งโหยวกล่าวชม “รบกวนท่านมากแล้ว หากหาเจอได้ก็ดี หากหาไม่พบ ก็ถือว่าข้าได้ทำตาม