ไม่ทันไร ซ่งโหยวก็เดินตามราชครูมาจนทั่วเมืองผีแล้ว
เมืองผีตั้งอยู่ในภูเขาเยี่ยซาน ขนาดพอกับเมืองหย่วนอัน แต่ภูเขาเล็กๆ รอบข้างก็ล้วนมีโพรงและช่องทางใต้ดินที่เชื่อมต่อถึงกัน ลึกลงไปยังมีช่องว่างและรอยแยกขนาดใหญ่ ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเมืองผี
เวลานี้ซ่งโหยวกำลังเดินตามราชครูลงไปยังส่วนลึกของพื้นดิน
“ข้าเห็นในสมุดบันทึก ท่านจัดแบ่งภูตผีออกเป็นห้าระดับหรือ” ซ่งโหยวถามขึ้น
“ก็แค่ชั่วคราว เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารเมืองผี ไว้ข้าจะปรับปรุงให้สมบูรณ์” ราชครูตอบ “ผีทุกตนที่มาถึงนี่ ล้วนต้องผ่านการตรวจสอบความดีความชั่ว โดยใช้กระจกแห่งกรรม ย่อมไม่ผู้ใดกล้ากล่าวความเท็จ ด้วยเหตุนั้นจึงแบ่งออกเป็นห้าระดับ”
“แล้วแบ่งอย่างไร”
“หากเป็นผู้ทรงคุณธรรมสูงส่ง ไม่เคยจงใจทำชั่วเลยก็เป็นผีชั้นหนึ่ง มาดำรงตำแหน่งเป็นขุนนางในเมืองผีได้” ราชครูว่า “หากเคยทำผิดเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นก่อกรรมใหญ่ ก็จัดเป็นชั้นที่สอง เป็นขุนนางเล็กๆ ในเมืองผีได้ ส่วนพวกมีบาปติดตัว ก็เป็นชั้นที่สาม ต้องชดใช้กรรมในโลกมนุษย์ให้จบสิ้นที่นี่”
“แล้วชั้นสี่กับห้าล่ะ”
“ผู้ทำบาปหนา แต่ยังไม่ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด จัดเป็นชั้นที่สี่ ต้องอยู่รับโทษชดใช้บาปในเมืองผี” ราชครูกล่าวต่อ “ส่วนพวกที่ชั่วช้าสามานย์จนตายก็ยังไม่สาสม ถือเป็นผีชั้นต่ำสุด ชั้นที่ห้า ผีเหล่านี้จะถูกจำแนกตามระดับบาป หากเป็นพวกบาปหนักจนสิ้นหนทางชดใช้ หรือเคยทำผิดร้ายแรงแต่