“แม่นางสามสี มองอะไรอยู่หรือ”
“หือ!”
แมวเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาวาววับ แต่กลับไม่ตอบอะไร เพียงหยุดยืนแล้วหันไปจ้องมองเมืองผีตรงหน้าอีกครั้ง
“ไปกันเถิด”
ซ่งโหยวเอ่ยก่อนจะก้าวตามราชครูต่อไป
แม่นางสามสีก็เดินตามเช่นกัน เพียงแต่ยังคงหันซ้ายหันขวา สอดส่องไปทั่วทาง ราวกับอยากสำรวจทุกสิ่งให้ทั่ว
บางครั้งเดินไปเดินมา ก็ตามผิดคนเสียอย่างนั้น เผลอเดินตามคนอื่นไป ต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ยังดีที่แม่นางสามสีทั้งฉลาดมากปัญญา อีกทั้งยังจำเสียงฝีเท้าของซ่งโหยวและม้าคู่ใจได้ พอรู้ว่าผิดคนก็วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว วนเวียนเช่นนี้อยู่หลายครั้ง
“ฝีมือท่านราชครูช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว” ราชครูหัวเราะเบาๆ “หากจะสร้างเมืองใต้ดินใหญ่ปานนี้ด้วยแรงคน คงต้องใช้เวลาเป็นชาติ ความจริงเขาเยี่ยซานและเทือกเขาโดยรอบนั้นเป็นเขากลวงๆ อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับรอยแยกใต้พื้นดิน คล้ายว่ามีโลกอีกใบอยู่ข้างใต้ ข้าเพียงแค่มาแต่งเติมเท่านั้น ซึ่งนี่เองคือเหตุผลสำคัญที่ข้ตัดสินใจเลือกที่นี่”
เขาพูดจบก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังต้องเสียเวลาหลายปี และสิ้นเปลืองแรงคนและทรัพยากรไม่น้อย…”
เสียงถอนหายใจนั้นดูจะออกมาจากใจจริง
นับแต่ราชครูเข้ามาช่วยงานราชการ ก็เคยเสนอและดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ราษฎรนับไม่ถ้วน หากที่ใดเกิดภัยพิบัติ เขาย่อมเป็นผู้แรกที่เข้าช่วยเหลือ แม้แต่ตำราเรียนสำหรับเด็กของแม่