ได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็หนีหัวซุกหัวซุนไป สองปีก่อนพวกเขาก็เป็นเช่นนั้นส่วนจะผิดถูกอย่างไร เขาเองก็ไม่อยากยุ่ง หากจับได้แล้วถูกส่งไปเมืองผีให้ผู้มีหน้าที่ตัดสิน ก็คงเป็นวิธีที่ดีที่สุด บัดผีสองตนนี้หนีไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะสนใจ
“ว่าแต่เขาเยี่ยซานอยู่ที่ใดหรือ”
“ท่านบอกว่าเป็นสหายเก่าของราชครู เช่นนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องเท็จเป็นแน่ หากท่านไม่รังเกียจจะเดินทางกลางคืน พวกข้าน้อยจะนำทางไปส่งให้เอง”
“เช่นนั้น ขอให้พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าขอจัดของก่อน”
“ได้ ได้สิ!”
ผีตนนั้นตอบรับอย่างดีใจนัก อย่างน้อยเมื่อกลับไปก็ไม่ต้องถูกเบื้องบนตำหนิแล้ว
ซ่งโหยวกลับไปเก็บของ พร้อมให้แม่นางสามสีแปลงร่างเป็นเด็กหญิง คอยถือโคมไฟส่องให้ ทั้งสองถือโคมคนละดวง แล้วเดินตามหลังกลุ่มยมทูตไป
เดิมทีเขาเพียงคิดจะถามทางเท่านั้น คาดว่าพอถึงเขตอำเภออิ่นหนาน ก็ใกล้ถึงเขาเยี่ยซานแล้ว เพราะเขาเยี่ยซานมีไอปีศาจหนาแน่น ต้นไม้ใบหญ้าไม่งอกงาม อีกทั้งมีกองทัพประจำการอยู่ หากให้นกนางแอ่นบินสูงๆ ก็ย่อมมองเห็นได้ไม่ยาก
แต่หากมีกลุ่มยมทูตคอยนำทางให้ ก็คงสะดวกกว่าเดิม
ทั้งคณะจึงพักผ่อนกลางวัน และออกเดินทางตอนกลางคืนแทน
เดินทางอีกสองคืนก็มาถึงอำเภออิ่นหนานแล้ว ผ่านไปอีกหนึ่งคืนจึงไปถึงเชิงเขาเยี่ยซาน
ที่นั่นมีกองทัพล้อมไว้อย่างแน่นหนา และราชครูก็รอเขาอยู่ตั้งนานแล้ว
……………