ากรู้ว่านักพรตกำลังจ้องสิ่งใดอยู่
ชาวประมงผู้เป็นเจ้าของเรือก็ค่อยๆ พายเรืออย่างสบายอารมณ์อยู่ที่ท้ายเรือ
แม่น้ำอิ่นเจียงนั้น บัดนี้ไม่มีเทพเจ้าประจำลำน้ำอีกแล้ว มีเพียงกลิ่นอายปีศาจเจือจางอยู่ในอากาศ
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างอรชรสูงโปร่งของหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเข้ามาเคียงข้าง ยืนเคียงไหล่กับเขา ท่วงท่างามสง่า นางก้มมองสายน้ำชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมาถามนักพรต
“ท่านนักพรตมองสิ่งใดอยู่หรือ”
“ไม่ได้มองสิ่งใดหรอก”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
นายเรือพลันเอ่ยขึ้น “ท่านทั้งหลายไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะถึงจือจวิ้นแล้ว”
ซ่งโหยวเหลียวมองไปตามเสียง เห็นว่าใบหน้าของนายเรือชุ่มไปด้วยเหงื่อ จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างสุภาพ
“ไม่ทราบว่ากิจการเดินเรือที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง”
“จะว่าเยอะก็ไม่เยอะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อย แล้วแต่โชคชะตากระมัง บางทีพาคนไปส่งที่เหยาโจวสักเที่ยว ก็ได้เงินพอสำหรับอยู่สักเดือนแล้ว แต่น้อยนักที่จะมีคนบอกให้พาไปส่งที่จือจวิ้น”
“ท่านเคยได้ยินเรื่องเทพประจำแม่น้ำหรือไม่”
“เทพหรือ หากเป็นที่อื่นคงมีบ้าง แต่ข้าไม่ยักจะเคยได้ยินเรื่องจากแถวนี้เลย”
“ข้ากลับเคยได้ยินเรื่องหนึ่ง ว่ากันว่าเมื่อครั้งอดีตกาล เทพเจ้าประจำแม่น้ำอิ่นเจียงบังเอิญทำของสำคัญสูญหาย จึงถูกสวรรค์ลงทัณฑ์และถอดบรรดาศักดิ์ไป ท่านอาศัยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เคยได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือไม่”
นายเรือขมวดคิ้ว จ้องผืนน้ำอยู่ชั่ว