ครู่ ก่อนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ “เหมือนจะเคยได้ยิน แต่จำไม่ได้ว่าฟังมาจากผู้ใด ที่ไหน หรือเมื่อไหร่ รู้แค่ว่าตอนล่องเรือผ่านมาเคยมีคนพูดถึง”
“ใช่ที่เจิ้งซีหรือไม่”
“คงใช่กระมัง! ท่านรู้ได้อย่างไร”
“ฟังคนเขาเล่ามา” ซ่งโหยวตอบสั้นๆ “ท่านพอจำรายละเอียดได้บ้างหรือไม่”
“จำไม่ได้แล้ว” นายเรือส่ายหัว “แต่เจิ้งซีอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ล่องตามน้ำไปอีกสักสามร้อยลี้ก็ถึงแล้ว แต่หากคิดจะเดินทางจากจือจวิ้นไปเหยาโจวด้วยการเดินเท้าย่อมลำบากยากเข็ญนัก ไม่มีใครเดินเส้นนั้นหรอก ทางบกขาดหมดแล้ว”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
ซ่งโหยวพยักหน้ารับ แล้วถามคำถามต่อไป “ท่านเคยได้ยินเรื่องอำเภออิ่นหนานแห่งจือจวิ้นหรือไม่”
“อิ่นหนานรึ คงอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำอิ่นเจียงกระมัง” นายเรือส่ายหัวไปมา “แต่ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินว่าริมน้ำอินเจียงมีสถานที่นี้ด้วย หากบอกว่าอยู่ในจือจวิ้นก็ว่าไปอย่าง ฮ่าๆ จะว่าไปท่านนี่ก็รู้จักเล่าเรื่องตลกนี่นา ข้าล่องเรือบนลำน้ำแห่งนี้มาครึ่งชีวิตแล้ว ท่านดูเถิด ฝั่งขวามือคือจือจวิ้น แต่ข้าน่ะ นอกจากจะลงเรือไปปลดทุกข์ก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปยังที่แห่งนั้นเลย”
“ว่าไปแล้ว…”
นายเรือกำลังจะกล่าวต่อ ทันใดนั้นเองกลับได้ยินเสียงน้ำกระเซ็น ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองก็ต้องเบิกตาโพลง เรือทั้งลำแทบจะจมลงไปในน้ำ
วันนี้ฟ้าเปิด แดดแรง ลมสงบ ทว่าผิวน้ำเบื้องหลังกลับปั่นป่วนขึ้นในพริบตา เกิดคลื่นสูงดุจเนินเขาม้วนตัวทบกัน