เป็นชั้น ไล่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
ใต้ผืนน้ำนั้น มีปีศาจกำลังเคลื่อนตัวอยู่
เสียงคลื่นกระทบกันดังขึ้นไม่ขาดสาย
แม้จะไม่ใช่เรือลำเล็กๆ เพราะบรรทุกม้าได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคลื่นมหึมากลับดูเล็กจ้อยราวใบไม้ลอยกลางน้ำ
“สวรรค์เอย…”
นายเรืออุทานด้วยเสียงสั่นเครือ
เขาใช้ชีวิตอยู่บนลำน้ำแห่งนี้มาครึ่งค่อนชีวิต เคยเห็นทั้งปีศาจและพรายน้ำมาไม่น้อย ทว่ากลับไม่เคยเห็นภาพเบื้องหน้านี้มาก่อนเลยสักครั้ง!
“ท่านอย่าได้ตกใจไป”
นักพรตที่หัวเรือเอ่ยขึ้น
ซ่งโหยวหรี่ตาลง มองทะลุผ่านผืนน้ำสีมรกตลงไปยังเบื้องล่าง ราวกับว่าเห็นถึงสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ เขาหาได้เผยท่าทีตื่นตระหนก เพียงยกไม้เท้าไม้ไผ่ขึ้นแตะผิวน้ำเบาๆ
เกิดแสงสว่างขึ้นตรงจุดที่ปลายไม้เท้าแตะลงบนผืนน้ำ วงแสงนั้นสั่นสะท้อนเป็นระลอกแล้วแผ่ซ่านออกไป
คลื่นยักษ์ที่กำลังซัดมาเบื้องหน้าคล้ายจะเริ่มสงบลงแล้ว
สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำก็เหมือนจะหยุดเคลื่อนไหว คลื่นจึงสูญแรงลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่คลื่นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ก็เตี้ยลงหนึ่งส่วน จนกระทั่งมาถึงหน้าเรือ ระลอกคลื่นก็เหลือเพียงไม่กี่ฉื่อเท่านั้น แม้เพียงเท่านี้ก็ยังทำให้เรือโคลงขึ้นลง เสมือนถูกอุ้มให้ลอยแล้ววางลงอย่างแผ่วเบา
ชาวเรือที่พยายามยันตัวลุกขึ้นกลับถูกแรงโยกโยนจนหงายหลังล้มลงอีกครั้ง
แมวสามสีและม้าแดงต่างรีบย่อขาลงเพื่อรักษาสมดุล เจ้าแมวจิกเล็บเข้ากับไม้กระดานแน่น ขณะที่ซ่งโหยวกับแม่นางทั้งสองยัง