เท้าของนักพรต มองจระเข้ด้วยทั้งความหวาดกลัวและพิศวาสในคราเดียวกัน
เสียงทุ้มต่ำก้องขึ้นทั่วผืนน้ำ “ผู้ใดบังอาจ! กล้ามาขวางทางข้า”
น้ำทั่วผิวนั้นสั่นสะท้าน ราวกับกำลังเดือด แต่ไม่ถึงกับแตกฟอง มีเพียงหยาดน้ำกระเซ็นขึ้นเป็นหมื่นเป็นพันเม็ด
“องค์เทพช่วยข้าด้วย! นี่มันมังกร!”
นายเรือทรุดฮวบลงไปกับพื้น ตัวสั่นเทิ้มจนขยับไม่ไหว
สัตว์ร้ายขนาดมหึมาปรากฏอยู่ห่างเพียงไม่กี่จั้ง ความกลัวนั้นบีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด
ซ่งโหยวกลับกล่าวเสียงเรียบ “ท่านผู้สัญจรกลางวารี เหตุใดจึงไม่ปิดกลิ่นตนเสียบ้าง เห็นเรืออยู่ต่อหน้า ยังฝืนพุ่งมาดังนี้ ไม่เกรงว่าจะทำให้คนตายหรือ”
จระเข้เพียงจ้องเขา ไม่ยอมตอบ
ดูท่าก็รู้ว่ามันเองก็รู้สึกละอายอยู่บ้าง อีกทั้งที่นี่เป็นโลกมนุษย์ ยุคนี้คือยุครุ่งเรืองของมนุษย์ ทั้งยังมีสวรรค์คอยสอดส่องเบื้องบนและนรกกำลังแผ่ขยายเบื้องล่าง ไม่ควรก่อเรื่องให้ผู้คน มันจึงได้แต่จ้องนักพรตกับหญิงสาวบนเรืออยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ดำหายลงไปในผืนน้ำ
ร่างมหึมาค่อยจมสู่ความมืดของแม่น้ำอีกครั้ง คราวนี้มันลดความเร็วลงแล้ว ล่องผ่านใต้เรือไปอย่างสงบ แต่เมื่อเฉียดผ่านกลับสะบัดหางมหึมาอย่างแรง น้ำซัดกระแทกจนเรือโยกแทบคว่ำ ก่อนจะเร่งว่ายจากไป พร้อมคลื่นยักษ์ที่ม้วนตามหลังไป
“โอ้พระเจ้าช่วย!”
“มังกร!”
“มังกรจริงๆ ด้วย!”
นายเรือแผดเสียงร้องดังลั่นราวคนเสียสติ
ยุคนี้ผู้คนชอบเรียกสิ่งที่ไม่รู้จักว่ามังกร ไม