เหนือขอบเขตวางรากฐาน ทะเลทุกข์อันไร้ขอบเขต
ในชั่วขณะที่ลวี่หยางก้าวออกจากหอเด็ดดาวทะเลทุกข์กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด คล้ายโอบอุ้มสรรพสิ่งทั้งหล้า พลันปรากฏเงาร่างเลือนรางหนึ่งขึ้นกลางคลื่นหมอก
‘ลวี่หยาง…’
เงาร่างนั้นค่อย ๆ ประกอบร่างจนชัดเจน กลับเป็นบรรพชนถิงโยวสายตาเขาแฝงด้วยความห่วงใย ลึกดุจจะมองทะลุทะเลทุกข์ไปยังโลกจริง
แต่เพียงชั่ววินาทีถัดมา
“ตูม!””
แสงรัศมีแห่งตำแหน่งมรรคผลหลายสายพุ่งทะลัก กลืนบรรพชนถิงโยวแทบจะทันใด ทว่าเมื่อรัศมีจางหาย ร่างของเขายังคงยืนนิ่ง ไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย
“น่าชังนัก…เจ้าตำแหน่งมรรคผลแห่งความจริงและความมายา”
กลางทะเลทุกข์ ปรากฏร่างหนึ่งของเด็กหนุ่มรูปโฉมสง่างาม ถือกระบี่ไว้ในมือ สายตาที่ทอดมองบรรพชนถิงโยวเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร ทว่าภายใต้เจตนานั้นกลับซ่อนความเกรงกลัวล้ำลึกยากหยั่ง เขาคือเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินผู้ที่เพิ่งลงมือโจมตีเป็นคนแรก
นี่มิใช่ครั้งแรก
แท้จริงแล้ว พวกเขาไล่ล่าบรรพชนถิงโยวมาแล้วถึงสามสิบปี แต่ทุกครา ล้วนถูกเขาอาศัยสวรรค์ไร้กังวลหลีกหนีไปได้เสมอ
สวรรค์ไร้กังวลมิใช่วิเศษด้านรุก มิใช่วิเศษด้านรับ หากแต่ในด้าน “หลบหนี” กลับถึงที่สุด ภายใต้ปัญญาล้ำฟ้าของบรรพชนถิงโยว ก็ถูกผลักดันจนเกินใครจะเทียบ
อย่างน้อย ระดับโอสถทองคำขั้นต้นหรือขั้นกลาง หากรบพุ่งเดี่ยว ต่างมิอาจทำอันใดได้ ต้องอาศัยการรุมล้อมเท่านั้น และยามนี้ โอสถทองคำขั้นปลายที่เหลืออยู่เพีย