งสองอั้งเซียวถูกพันธนาการในยมโลก ไม่อาจลงมือ, ส่วนกังสิงปู้เต้าเจินจวินก็สภาพไม่สมบูรณ์ มิยินยอมปรากฏตัว
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยังคงรอดมาได้จนถึงวันนี้
“อย่างไร? สหายยังคงกังวลเรื่องมังกรปีศาจตนนั้นหรือ?”
“พูดไปแล้ว…เจียโย่ว เจ้าตอนขึ้นมาครั้งแรกถึงกับแทบคลุ้มคลั่ง ไม่คาดเลยว่าวันเวลาผ่านไป กลับมีมังกรปีศาจก้าวมาสู่การแสวงหาโอสถทองคำได้”
“แถมยังเป็นเพลิงบนสวรรค์เสียด้วย”
“โลกจริงเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ราชสำนักเต๋าถูกช่วงชิงแล้วหรือ?”
เหล่าเจินจวินเอื้อนวาจาไปพลาง ก็ได้กางมหาค่ายกล ล้อมบรรพชนถิงโยวแน่นหนา ครั้นเห็นเขาไร้หนทางรอด จึงเผยสีหน้าผ่อนคลายออกมา
“วันนี้ ต่อให้ไม่ตาย ก็ต้องพิการ!”
“อย่าเพิ่งรีบร้อน ครั้งนี้เพียงทำให้ถิงโยวถูกบดขยี้หนักหนา ให้สวรรค์ไร้กังวลคลายพันธนาการลงบ้าง เราก็จะทะลวงอุปสรรค มองสู่โลกจริงได้แล้ว”
อยู่ท่ามกลางเหล่าเจินจวิน บรรพชนถิงโยวกลับหน้าสงบ เพียงเร่งเร้าสวรรค์ไร้กังวลให้ถึงที่สุด ซ่อนตนเข้าไปในความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
‘ครานี้ข้าตั้งใจเผยร่าง ก็เพื่อดึงพวกเจินจวินเหล่านี้เข้ามาพัวพัน’
‘โดยเฉพาะสี่จ้าววิถีแห่งราชสำนักเต๋า เมื่อผลมรรคาของพวกเขาถูกพันธนากับข้า ก็ยากจะอาศัยแรงเข้าสู่โลกจริง เท่านี้ก็พอให้ลวี่หยางมีโอกาสมากขึ้น’
คิดถึงตรงนี้บรรพชนถิงโยวยิ่งแน่วแน่หนักหนา
‘หวังว่าเด็กผู้นั้นจะไม่หักโหมเกินไป… โอกาสย่อมมีเสมอ ข้าจะช่วยเขาชิงเวลาให้!’
เหนือหอเด็