ที่อารามฝูหลงก็มีบันทึกเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางเช่นกัน
กลียุคครั้นบรรพกาล มีปีศาจผุดขึ้นดารดาษ จิ้งจอกเก้าหางก็เป็นหนึ่งในนั้น
เพราะการมีอยู่ของท่านผู้นั้น ทำให้จนบัดนี้ เมื่อใดที่ผู้คนในจงหยวนกล่าวถึงปีศาจจิ้งจอก ไม่ว่าจะเป็นปีศาจจิ้งจอกรูปแบบใด มีอิทธิฤทธิ์อย่างไร หรือเป็นอสูรเก่งกล้าเพียงใด ตราบใดถ้าได้บำเพ็ญตนจนกลายเป็นปีศาจ ชาวบ้านก็ย่อมแบ่งแยกจิ้งจอกออกจากปีศาจทั้งปวง
ครานั้นการขึ้นเป็นเทพโดยอาศัยแรงศรัทธายังเป็นเพียงวิถีทางเล็กๆ
ได้ยินว่าท่านผู้นั้นเมตตามนุษย์นัก หลายร้อยปีให้หลัง จิ้งจอกจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และสิริมงคล โดยเฉพาะจิ้งจอกเก้าหาง ที่ถูกกล่าวขานให้เป็นสัตว์มงคล
ชื่อเสียงของจิ้งจอกเพิ่งมาหม่นหมองลงเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง ส่วนใหญ่เป็นเพราะปากนักเล่าเรื่องและพวกบัณฑิตทั้งหลาย
กล่าวว่าจิ้งจอกมีรูปโฉมงดงาม ปัญญาชนทั้งหลายก็พากันใส่ร้าย ยิ่งโดยเฉพาะผู้มีจิตใจต่ำช้าหยาบโลน ชอบแต่งเรื่องราวไร้แก่นสารเพราะอยากมีขื่อเสียง เหมือนอย่างเทพธิดาแห่งทะเลสาบจิ้งเต่าใต้เขาอวิ๋นติ่ง ผู้งดงามและมีจิตใจบริสุทธิ์ แต่กลับถูกเหล่าปัญญาชนที่ไปล่องเรือข้ามคืนเอามาเล่าต่อว่ามีเทพธิดามาเข้าฝัน จนคนหลงเชื่อกันไปใหญ่
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป เรื่องเล่าพวกนั้นกลับกลายเป็นที่นิยมแพร่หลาย ผู้คนเอาไปพูดต่อกันอย่างไร้มูลความจริง จนถึงขั้นมีบัณฑิตยากจนบางคนหลงเชื่อ คิดจะหาจิ้งจอกสาวมานอ