“เดิมทีหากจะไปหยางโจวด้วยเส้นทางนี้ ก็ต้องผ่านเฟิงโจวอยู่แล้ว” แม่นางหว่านเจียงเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่งและจริงใจ “ได้ยินว่าช่วงนี้ราชครูฉวยจังหวะช่วงกำลังเรืองอำนาจ สร้างเมืองผีขึ้นบนเขาเยี่ยซาน เกรงว่านั่นจะเป็นเค้าลางของเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างโลกคนเป็นและคนตายในอนาคต นอกจากวิมานสวรรค์แล้ว ยังจะมีแดนนรกเพิ่มขึ้นมาอีก นับว่ายิ่งใหญ่มากเลยทีเดียว ไม่ขอปิดบัง แท้จริงแล้วข้าเองก็อยากไปชมด้วยตาตนเองอยู่เหมือนกัน”
“ท่านนักพรตดูระแวงพวกเรายิ่งนัก” สาวใช้เอ่ยเสียงเศร้า “ข้าก็นึกว่ากินข้าวร่วมโต๊ะกันมาตั้งหลายมื้อ จะถือว่าเป็นสหายกันแล้วเสียอีก”
“บางทีที่นั่นอาจมีสหายเก่าของพวกเราด้วย” แม่นางหว่านเจียงกล่าวเสริม
“แต่เหตุผลสำคัญที่พวกข้าต้องไปเฟิงโจวอีกประการก็คือ องค์หญิงถูกเนรเทศให้ไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนเหยาโจว ครานั้นนางด่วนจากฉางจิงไป ผู้คนมากมายต่างไปมุงดู พวกข้าจึงไม่มีโอกาสไปส่ง คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเยี่ยมเยียนนางและกล่าวคำอำลา เป็นการตอบแทนบุญคุณอย่างหนึ่ง” สาวใช้เอ่ยเสียงจริงจังตามนายหญิง “ตามที่นายหญิงว่าไว้ ทำการสิ่งใดควรทำโดยคำนึงถึงต้นสายปลายเหตุ เช่นเดียวกับเมื่อครานั้นที่คืนภาพวาดบนเขาฉางซานให้พวกท่านนั่นเอง”
“หากท่านนักพรตไม่ประสงค์ให้ปีศาจเช่นพวกข้าตามไปสอดส่องที่เมืองผี พวกข้าก็จะอ้อมไปอีกทาง” แม่นางหว่านเจียงกล่าวอีก “ได้ยินว่าทางนั้นมีด่านเฝ้าระวังเข้มงวด ราชครูย่