อมเตรียมการไว้แล้ว ใช่ว่าพวกข้าจะผ่านเข้าไปได้”
“ใช่แล้ว ต่อให้ไม่มีท่านนักพรต พอไปถึงที่นั่นพวกข้าก็อาจจะเข้าไปเหยียบเขาเยี่ยซานไม่ได้ คงได้แต่สนทนากับสหายเก่าอยู่ที่จือจวิ้น”
“…”
เป็นกลวิธีการโน้มน้าวที่แยบยลนัก
ผู้อื่นพูดแทรกพวกนางไม่ได้เลยสักคำ
ซ่งโหยวฟังแล้วก็จ้องพวกนางด้วยสายตาอันนิ่งเฉย พอทั้งสองกล่าวจบ จึงเอ่ยถามขึ้นบ้าง “สหายเก่าที่พวกท่านว่าคือ…”
“ข้าบอกท่านไปแล้วมิใช่หรือ จอมมารจากเย่ว์โจวกำลังอพยพลงใต้ หาทางเอาตัวรอดในยุคที่วิถีสวรรค์ผันแปรเช่นนี้” สาวใช้ตอบ
“อย่าเสียมารยาท” แม่นางหว่านเจียงหันไปปราม ค้อมกายให้ซ่งโหยวทีหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แท้จริงแล้วพวกข้าก็ยังไม่แน่ใจ เพียงแต่คำนึงถึงเรื่องเผ่าจระเข้อพยพลงใต้ บัดนี้ราชครูอาศัยยามที่อำนาจกำลังล้นมือและจังหวะที่วิถีสวรรค์กำลังเปลี่ยนแปลง สร้างเมืองผีขึ้นที่เฟิงโจว ซึ่งนี่อาจจะเป็นจุดกำเนิดของยมโลก หากข้าเป็นจอมมารเผ่าจระเข้ ย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไป พวกข้าจึงคาดเดาและคิดจะไปเยี่ยมชมดู เผื่อว่าอาจพบสหายเก่าเมื่อหลายปีก่อน”
ซ่งโหยวพยักหน้า ใคร่ครวญอยู่ในใจ
“ท่านนักพรตคิดเช่นไร”
“ร่วมทางกันได้หรือไม่”
“หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร พวกข้าจะล่องเรือไปตามแม่น้ำอวี้ฉวี่และแม่น้ำอิ่นเจียงไปทางใต้ แวะไปเยี่ยมองค์หญิงแล้วจึงมุ่งสู่หยางโจว” แม่นางหว่านเจียงเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ท่านไม่ต้องเกรงใจหรอก”
“แม่นางเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่