เอี๊ยด…
ซ่งโหยวผลักประตูห้องออก เขาให้เด็กหญิงเดินเข้าไปก่อน ส่วนตนตามเข้าไปทีหลัง
ทว่าเมื่อก้าวเข้ามาในห้อง กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เด็กหญิงตัวน้อยเองก็สีหน้าที่แต่เดิมเคยสดใสร่าเริงพลันเคร่งขรึมขึ้น คอยมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง
กระทั่งทั้งสองสายตาไปหยุดอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง
บนโต๊ะมีกริชวางอยู่หนึ่งเล่ม
ด้ามกริชเรียวยาวทำจากไม้
พรึ่บ!
ทันใดนั้นหมอกขาวลักษณะคล้ายเมฆพลันฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ในม่านหมอกมีแสงวูบวาบดั่งสายฟ้าและร่างหนึ่งซึ่งเปล่งประกายไปด้วยรัศมีแห่งเทพ
“ข้ามาคืนดาบสะบั้นวารีให้เจ้า” เทพในม่านหมอกกล่าว คราวนี้หาได้เอ่ยด้วยเสียงดังกังวานเช่นครั้งก่อน ราวกับกลัวจะไปรบกวนผู้ใดเข้า แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เสียงนั้นถึงยังสะท้อนก้องในโสตประสาทไม่หยุด “ข้าสืบหาที่มาของกริชนี้ให้เจ้าแล้ว เดิมทีมันเป็นของเทพเจ้าประจำแม่น้ำอิ่นเจียง ถูกหลอมขึ้นเมื่อราวพันปีที่แล้ว ทว่าเมื่อแปดร้อยปีก่อน กริชเล่มนี้ได้สูญหายไปในโลกมนุษย์ ไม่นานหลังจากนั้น เทพแม่น้ำอิ่นเจียงก็ถูกลงทัณฑ์เพราะทำศาสตราเทพสูญหายและละเลยหน้าที่ ท้ายที่สุดก็ค่อยๆ ดับสูญไป”
“แม่น้ำอิ่นเจียงหรือ…”
ซ่งโหยวพึมพำ เขาจำแม่น้ำสา