่งโหยวนั่งเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง
“นักพรต!”
เสียงของแม่นางสามสีดังขึ้น ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ครั้นหันไปมอง กลับเห็นนางถือหนูตัวหนึ่งไว้ในมือ หนูตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ ดวงตากลมโตสีดำขลับคู่นั้นคอยจับจ้องมาทางเขาอย่างระแวดระวัง
“เจ้าเอาไปเล่นสิ!”
“…”
ซ่งโหยวยกมือปฏิเสธ
“ขอบใจเจ้ามาก”
“สนุกมากเลยล่ะ!”
“แม่นางสามสีไปพักผ่อนเถิด” ซ่งโหยวเอ่ยเสียงแผ่ว “พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกัน”
“ไปไหนหรือ”
“ไปเยี่ยมหมอเทวดาไช่และเซียนงูที่เขาเป่ยชิน”
“อ้อ ได้เลย!”
“ไปนอนเถิด”
“เช่นนั้นแม่นางสามสีไปนอนก่อนนะ แต่ข้าจะทิ้งเจ้าหนูนี่ไว้ให้เจ้าเล่น” แม่นางสามสีกล่าวพลางยื่นมือออกมือ “เวลาเล่นเจ้าก็แค่ปล่อยมันไว้เฉยๆ แกล้งทำเป็นไม่มองมัน แล้วมันจะค่อยๆ หนีไป ถ้ามันไม่หนี เจ้าก็แหย่มันนิดหนึ่ง พอมันเริ่มวิ่ง เจ้าก็ค่อยไล่ตามมันไป!”
“เข้าใจแล้ว”
“เจ้าเก็บไว้เล่นสิ!”
“ไม่เป็นไร ขอบใจเจ้ามาก”
“ทำไมล่ะ”
“…วางไว้ตรงนี้ก็ได้”
“ได้เลย!”
เด็กหญิงวางหนูลง แล้วเดินขึ้นชั้นบนไป
ซ่งโหยวถอนหายใจเบาๆ โบกมือไล่เจ้าหนูตัวน้อยให้หนีไปตามทางของมันเอง จากนั้นจึงหันไปต้มน้ำชาอย่างสงบใจ
แต่ผ่านไปไม่นานนักเจ้าแมวสามสีก็เดินลงมาจากชั้นบนอีกครั้ง พ