ร้อมกับคาบหนูมาวางไว้ต่อหน้าเขา แหงนหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเดินขึ้นไปอีก
ครั้นเพ่งดูให้ดี ก็พบว่าเป็นหนูตัวเดิมนั่นเอง
หลายวันต่อมา บนเขาเป่ยชิน
ลมพัดกระโชก หิมะโปรยปราย
นักพรตหนุ่มเดินฝ่าพายุหิมะไปเรื่อยๆ ด้านหลังมีแมวสามสีตัวหนึ่งคอยเดินตามไม่ห่าง ส่วนบนท้องฟ้า ก็มีนกนางแอ่นตัวหนึ่งโบยบินอยู่ห่างไกลเสียจนกลายเป็นเพียงจุดดำเล็กๆ
ภูเขาทั้งลูกถูกหิมะปกคลุมจนกลายเป็นสีขาวโพลน แทบมองไม่เห็นบ้านเรือนและกระท่อมบนไหล่เขา ยากจะมองเห็นเส้นทางใดๆ นางแอ่นบินที่คอยบินนำได้แต่บอกทิศทางคร่าวๆ แต่ไม่อาจตามหากระท่อมของหมอเทวดาไช่ได้ เพราะแม้นกเองก็ยังแยกถนนกับผืนดินไม่ออก
ซ่งโหยวอาศัยความทรงจำ ค่อยๆ เดินหาจนกระทั่งเห็นกระท่อมของหมอเทวดาไช่ในที่สุด
นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขามาเยือนสถานที่แห่งนี้
โชคดีที่ยังไม่ทันเข้าใกล้มาก ก็มองเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากปล่องบนหลังคากระท่อม ครั้นเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงคนเล็ดลอดออกมา แม้ประตูจะปิดอยู่ก็ตาม
ครั้งนี้เขาจะไม่กลับไปมือเปล่าแน่นอน
“เหมียว”
แมวสามสีหันหน้ามามองเขา
นักพรตก้าวไปเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก…
ไม่นานจึงมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านใน
เอี๊ยด