“แม่นางสามสี ข้ากลับมาขอคำชี้แนะจากเจ้าแล้ว”
พลันมีเสียงของจอมยุทธ์หญิงดังมาจากนอกประตู ก่อนร่างหนึ่งจะก้าวเข้ามา
เด็กหญิงที่กำลังพลิกตำราไปพลาง เคี้ยวถังหูลู่เคลือบน้ำตาลไปพลางถึงกับชะงัก เงยหน้าขึ้นมองออกไป พอเห็นผู้ที่ก้าวเข้ามา ใบหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นทันตา ราวกับตั้งท่ารับศึกใหญ่
“อ้าว! แม่นางสามสีกำลังกินถังหูลู่อยู่นี่เอง”
“ใช่แล้ว!”
“ในวันที่ฝนตกเช่นนี้ จะไปหาซื้อมาจากที่ไหนกัน”
“มีคนเอาให้มาต่างหาก!”
“อ้อ…”
“เจ้าจะกินหรือไม่ เอ้า ข้าแบ่งให้เจ้า!”
ว่าแล้วแม่นางสามสีก็ยื่นถังหูลู่ออกไปตรงหน้า
“เช่นนั้น ข้าขอลองสักลูก”
แม่นางสามสีได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบชักมือกลับ เอ่ยกับจอมยุทธ์หญิงด้วยใบหน้าจริงจังว่า“ไม่ดีกว่า แม่นางสามสีเพิ่งนึกได้ว่าข้าเลียไปแล้ว…”
“ช่างตระหนี่เสียจริง…”
“ไม่ได้ตระหนี่เสียหน่อย! เพียงแต่ว่าแม่นางสามสีนึกขึ้นได้ว่ามนุษย์ไม่ควรกินของที่ผู้อื่นเลียมาแล้ว มีแต่น้ำลายทั้งนั้น!”
“เช่นนั้น ข้ากินเม็ดล่าง”
“เม็ดล่างก็เลียแล้ว เลียทั้งไม้แล้ว”
“…ข้าไม่เอาก็ได้”
“เจ้ามีสิ่งใดจะถามก็ถามมาเถอะ”
“ตัวนี้อ่านว่าเอ้อ”
“เอ้อ…”
“ออกเสียงเหมือนคำว่า หิว”
“แล้วตัวนี้เล่า”
“ตัวนี้อ่านว่าอวี่ ชื่อปลาในแม่น้ำน่ะ”
“อวี่…”
ร่างหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก นั่งเคียงกันริมเตาไฟ คอยอ่านหนังสือในมือ
ต่อมาจอมยุทธ์หญิงถึงกับยกเก้าอี้เล็กมานั่งข้างอาจารย์ตัวน้อย ตั้งใจเล่าเรียนยิ่ง แม้ผู้ที่