ล้ว แต่ข้ายังชอบเกาะกิ่งไม้หรืออยู่ตามสถานที่เปิดโล่ง คอยรับสายลมเย็น ยามตื่นก็ได้เห็นทิวทัศน์กว้างไกล ข้านอนบนหลังคาก็ได้ หากท่านต้องการอะไร ก็ได้โปรดเอ่ยนามของข้า”
“ดีมาก”
นักพรตตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขาไม่ได้กล่าวคำว่า ‘ดีมาก’ เพราะหมดห่วง แต่เพราะนกน้อยผู้นี้เริ่มรู้จักบอกเล่าความคิดและเหตุผลของตนเองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือความเปลี่ยนแปลงนี้ค่อยๆ เกิดขึ้น โดยปราศจากการบีบคั้นใดๆ
แมวน้อยเพียงใช้กรงเล็บสะกิดเบาๆ ก้อนผ้าก็กระเด็นออกไป ทว่านางกลับไม่ไล่ตาม เพียงหันมามองนกนางแอ่น ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความกังวล
“แล้วถ้าวันไหนมีฝนตกหรือหิมะตกเล่า”
“ข้าก็จะเข้ามาหลบใต้ชายคาหรือในบ้าน”
“แล้วเจ้าจะหนาวไหม แม่นางสามสีจะไปจับหนูตัวใหญ่ๆ แล้วถลกหนังมันมาทำผ้าห่มผืนเล็กๆ ให้เจ้า ต้องเหมาะกับเจ้ามากแน่!”
“…ขอบคุณเจ้านะ แต่ข้าคงไม่หนาวหรอก”
“อืม เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร”
แมวน้อยพูดจบก็หันไปเล่นก้อนผ้าต่อ นกนางแอ่นก้มลงกินเนื้อในชาม ส่วนนักพรตนั้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง ทว่าแววตากลับเหลือบมองไปทางบ้านข้างๆ
บ้านหลังนั้นยังคงเงียบกริบ ไร้สุ้มเสียงใดๆ
……………