ระบี่ผู้นั้นดูเป็นยอดฝีมือ น้ำเสียงยามมาสอบถามที่ประตูเมืองฟังดูหนักแน่นมั่นคง กล่าวว่า ‘ข้าไปถึงที่นั่นเมื่อไร ปีศาจเสือย่อมถูกกำจัดเป็นแน่’ ฟังแล้วไม่เหมือนคำโกหก อีกทั้งยังดูเหมือนจะรู้จักกับเซียนผู้นี้ด้วย ครั้นขึ้นเขาไป แม้จะบาดเจ็บกลับมา แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ บางทีปีศาจเสืออาจถูกสังหารไปแล้ว หรืออย่างน้อยก็ต้องอยู่ในสภาพสาหัสเป็นแน่ มีคนว่า เสือธรรมดานั้นหาใช่คู่มือของชาวยุทธ์ ทว่าเสือตนฝึกตบะมา มือกระบี่จะรับมือเพียงลำพังได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นยังสั่งการบรรดาเสือร้ายได้ด้วย เป็นไปได้ว่า มือกระบี่ผู้นั้นอาจไม่ได้พบปีศาจเสือเลย เพียงแต่เผชิญกับฝูงเสือร้าย ต่อสู้จนบาดเจ็บแล้วลงเขามา อีกฝ่ายก็ว่า บางทีจอมยุทธ์ที่ขี่ม้าลงจากเขาอาจไม่ใช่มือกระบี่แซ่ซูผู้นั้นด้วยซ้ำ แค่มองผิดไปเท่านั้น
ถกเถียงกันไปมากระทั่งเวลาล่วงเลยสู่ช่วงบ่าย
ฝ่ายซ่งโหยวเมื่อแยกตัวออกจากประตูเมือง ก็มุ่งหน้าไปตามที่ทหารยามบอก อ้อมไปทางประตูทิศใต้ เดินไปตามทางดิน ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน กว่าจะเห็นภูเขาลูกใหญ่อันอุดมด้วยป่าไม้ สันเขานูนสูงประหนึ่งแผ่นหลังหมูตามชื่อ