ติของข้า”
“ท่านเซียนจะเข้าไปพักผ่อนในเมืองหรือไม่ พวกข้าจะได้ไปรายงานเจ้ากรม เพื่อจัดการต้อนรับให้สมเกียรติ” ทหารชราเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ซ่งโหยวกลับส่ายศีรษะไปมาอย่างยิ้มๆ “ข้าไม่ใช่เซียนหรอก เป็นเพียงนักพรตทั่วไป มาเยือนที่นี่เพื่อปราบปีศาจเสือเท่านั้น บัดนี้เมื่อได้ทราบสิ่งที่อยากรู้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเมือง และยิ่งไม่อยากรบกวนท่านเจ้ากรม” ว่าแล้วเขาก็ประสานมือขึ้นคารวะ “ข้าขอลาไปก่อน”
เหล่าทหารยามต่างพร้อมใจกันคารวะ ทว่าเมื่อลุกขึ้นก็เอาแต่มองหน้ากันไปมา
นักพรตผู้นั้นเพียงหมุนตัวเดินจากไป โดยมีม้าแดงเดินตามไปเงียบๆ และเด็กหญิงตัวน้อยที่คอยหันกลับมามองเป็นระยะ ดวงตาของนางใสบริสุทธิ์ รูปโฉมงดงามน่าเอ็นดู ดูไม่เหมือนสามัญชนทั่วไป
ท่วงท่าองอาจแต่สงบนิ่งของนักพรตช่างไม่ต่างจากคำเล่าลือเลยแม้แต่น้อย
เหล่าทหารจึงเริ่มซุบซิบกันเบาๆ
บ้างก็เอ่ยถึง ‘ท่านเซียนซ่ง’ บ้างก็เอ่ยถึงปีศาจเสือ สุดท้ายพูดไปพูดมาก็มาจบที่เรื่องมือกระบี่คนนั้น
พวกเขาถามไถ่ทหารหนุ่มว่าที่กล่าวไปนั้นเป็นเท็จหรือไม่ แน่นอนว่าทหารหนุ่มย่อมไม่กล้า จึงตอบไปตามตรง จากนั้นทุกคนก็รื้อฟื้นเรื่องมือกระบี่ผู้นั้นขึ้นมาใหม่ แม้เพียงได้พบกันเพียงครั้งเดียว แต่กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความเป็นยอดวีรบุรุษ
บางคนว่านักปราบปีศาจและนายพรานผู้กล้าหลายคนต่างสิ้นชีพบนเขานั้น มือกระบี่หนุ่มผู้นั้นคงมีชะตากรรมไม่ต่าง แต่ก็มีคนค้านว่า มือก