่อยกรงเล็บให้แมลงตัวนั้นร่วงไป
แปะ…
แมลงตัวหนึ่งร่อนลงบนบ่านักพรตพอดี
ทันใดนั้นนกนางแอ่นพลันบินโฉบมาจากด้านหลัง ร่อนลงกลางอากาศอย่างสง่างามผ่านลาดไหล่ของนักพรตไป แมลงตัวนั้นก็หายวับไปทันที
แมวสามสีแหงนมองตามทิศทางที่นกนางแอ่นบินไป ดวงตาสีอำพันฉายเงาท้องฟ้ามัวหม่นคลุ้งด้วยฝุ่นผง ตั๊กแตนนับไม่ถ้วนบินว่อนปกคลุมทั่วท้องฟ้า ระยะใกล้ยังพอมองเห็นชัด แต่ไกลออกไปก็กลืนหายหมดสิ้น เพียงเห็นว่าท้องฟ้ามืดมัวลงไปอีกหลายส่วน
เสียงกระดิ่งม้าขาดหายไปชั่วขณะ
ท่ามกลางผืนนาเบื้องหน้า มีเงาร่างหลังค่อมกำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ในมือฟาดฟันแมลงไม่หยุด
ฟ้าดินหม่นมัวเพียงใด ชายผู้นั้นกลับดูไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้สักนิด
ดุจกำลังต่อสู้กับผืนฟ้าและแผ่นดิน
นักพรตหยุดยืนข้างทาง เหลียวมองครู่หนึ่ง แล้วหันหาช่องเล็กๆ ที่พอเดินเข้าไปได้ ก่อนจะเดินต่อไป โดยมีม้าแดงคอยก้าวตามหลัง
ฝูงตั๊กแตนในผืนนารวมตัวหนาแน่นราวกับพายุทราย บินว่อนเต็มท้องนภา เสียงกระพือปีกดังผสานกันเป็นเสียงเดียว
หึ่ง หึ่ง หึ่ง…
ชายชรายังคงใช้ผ้าฟาดไม่หยุด
เมื่อเข้าไปใกล้จึงเห็นชัด ใช่ว่าเขาจะไม่เหน็ดเหนื่อย หากแต่มีเหงื่อโชกชุ่ม หอบหายใจเหนื่อยอ่อน แทบไม่มีแรงเปล่งเสียงออกมาแล้ว เพียงใช้แรงเฮือกสุดท้ายตวัดผ้าซ้ำไปซ้ำมา
ตวัดผ้าโดนหนี่งที ก็พอทำให้ฝูงแมลงร่วงลงมาบ้าง
แต่ตั๊กแตนเต็มฟากฟ้าเช่นนี้ จะมีผู้ใดที่กล้าต่อกรด้วยกายเนื้อและผ้าเพียงผืนเดียว