เสียงกลองและฆ้องดังสนั่นจากเบื้องนอกปลุกซ่งโหยวให้ตื่นจากนิทรา ครั้นปรือตาขึ้นมาก็พบว่าบัดนี้เป็นรุ่งอรุณแรกของรัชศกหมิงเต๋อปีที่เจ็ด
เสียงเคาะแลตยังคงต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ซ่งโหยวสูดลมหายใจแล้วผ่อนออกมาช้าๆ อากาศช่างหนาวเย็นจนรู้สึกว่าควรซุกตัวอยู่ในผ้าห่มนานกว่านี้ แต่เขาก็ยังพลิกกายขึ้นมา
แมวสามสียังคงขดตัวก้มหัวซุกข้างต้นขาเขาแนบแน่น ใบหูกระดิกเบาๆ ตามจังหวะเสียงเคาะตีจากภายนอก โดยเฉพาะเสียงฆ้องและฉาบชวนแสบหู เห็นได้ชัดว่านางเองก็ตื่นแล้ว เพียงแต่ยังไม่ยอมลุกขึ้นมา ดูท่าเมื่อคืนคงเหนื่อยไม่น้อยเลย
“…”
ซ่งโหยวก้มลงสูดดมตัวนาง กลิ่นน้ำตุ๋นจางๆ โชยออกมาตามคาด
เขากวาดสายตามองรอบห้อง พบว่าตำแหน่งของเตาถ่านนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่ามันถูกยกไปวางไว้ที่ใดก่อนจะย้ายกลับมาตรงนี้ บนโต๊ะมีหม้อใบเล็กสะอาดสะอ้าน หากไม่นึกถึงว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับหม้อใบนั้นบ้าง ก็คงไม่มีเรื่องอะไร
ทันใดนั้นเองเจ้าแมวก็เงยหน้าขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะผ้าห่มบนร่างถูกเลิกขึ้น ทำให้ความหนาวเย็นแผ่เข้ามาแทนที่ความอบอุ่น หรือเพราะแปลกใจที่จู่ๆ นักพรตมาสูดดมเช่นนี้ จึงจ้องเขากลับไปทั้งที่ยังหรี่ตาลงอย่างงุนงง
“ไม่มีอะไร…”
นักพรตปล่อยมือ ผ้าห่มพลันร่วงลงไปคลุมร่างเจ้าแมวสามสี
ช่วงเช้าตรู่ที่ดินแดนตอนเหนือนั้นหนาวเย็นเสียจริง
เพียงเป่าลมหายใจก็แปรเปลี่ยนเป็นควันขาว ทันทีที่นักพรตก้าวขาลงจากเตียงจึงรีบคว้าเสื้อคลุมกร