ะดาษขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินไปเปิดหน้าต่างและมองลงไปเบื้องล่าง
แม้อำเภอนี้จะเล็ก มีผู้คนอาศัยไม่มาก ทว่าบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่กลับครึกครื้นไม่น้อย
ซ่งโหยวมองจากหน้าต่างอยู่เนิ่นนาน เมื่อหันหลังกลับมาก็เห็นเจ้าแมวโผล่ศีรษะออกมาจากใต้ผ้าห่มเพียงแค่ครึ่งเดียว เผยแค่ดวงตา จมูก และปาก พร้อมเกยคางลงกับหมอน ให้นักพรตเดาว่านางขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างไร ดวงตาของนางหรี่ลงด้วยความงัวเงีย ทว่ายังคงจ้องมองนักพรตไม่วางตา
“ผ่านไปอีกปีแล้วสินะ”
“ใช่แล้ว”
“เข้าฤดูใบไม้ผลิหรือยัง”
“อีกไม่กี่วันก็เป็นวันลี่ชุนแล้ว”
“พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไร”
“ทางเหนือหิมะตกหนัก ต้องรอให้หิมะละลายก่อน”
“เจ้าจะไปข้างนอกหรือ”
“ข้าจะไปซื้อหมั่นโถวสักหน่อย” นักพรตตอบ ก่อนจะถามนางกลับบ้าง “แม่นางสามสีกินด้วยหรือไม่”
“แม่นางสามสีเหมือนจะเพิ่งกินไป”
“…”
“หนูที่นี่ตัวเล็ก มีแค่…”
ระหว่างที่พูดนางก็บิดตัวไปมาในผ้าห่ม ยื่นอุ้งเท้าขาวออกมาข้างหนึ่ง ราวกับจะเทียบขนาดของหนูที่นี่ให้ดู ทว่าใช้แค่ข้างเดียวก็ทำไม่ได้ จะยกออกมาสองข้างก็รู้สึกว่าไม่สะดวกเท่าไร จึงชักอุ้งเท้ากลับเข้าไป แล้วจ้องหน้านักพรตดังเดิม
“ตัวเล็กนิดเดียว ขนาดพอๆ กับ… ขนมเลย ตัวกลมๆ มื้อเดียวแม่นางสามสีกินไปตั้งหลาย แต่ที่ทำไว้เมื่อคืนก็เหลืออีกเยอะเลย ช่วงนี้นักพรตไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินของข้าหรอก”
“…”
นักพรตถึงกับอึกอักไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยเพียงว่า “เมื่อคืน