แม่นางสามสีคงลำบากมาก”
“ไม่เลย”
“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ”
“เจ้าไปเถอะ”
แมวสามสียังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เพียงโผล่หน้าออกมาจ้องนักพรตไม่วางตา
“คุณชายตื่นแล้วหรือ”
“ข้าตื่นแล้ว”
“สุขสันต์วันปีใหม่!”
“เถ้าแก่ก็เช่นกัน”
“อ้อ จริงสิ เมื่อคืนคุณชายได้ทำเนื้อตุ๋นในห้องหรือไม่”
“ข้าไม่ได้ทำ” ซ่งโหยวตอบไปตามตรง
เขาพยักหน้าให้เถ้าแก่แล้วก้าวลงสู่ถนน
บนฟ้ามีนกนางแอ่นตัวหนึ่งคอยบินตาม
ท้องถนนวันปีใหม่ล้วนเต็มไปด้วยความครึกครื้น หาใช่เพราะความรุ่งเรืองโอ่อ่าไม่ หากแต่เพราะผู้คนต่างสั่งสมความเงียบเหงาทั้งปีมาจนถึงวันนี้ แล้วพร้อมใจกันระเบิดออกมา อย่างน้อยบรรยากาศเช่นนี้ก็คงอยู่ต่อไปอีกหลายวัน
นอกจากวันลี่ชุนที่ซ่งโหยวเอาแต่ใช้เวลาทั้งคืนไปกับการตื่นรู้ถึงพลังวิญญาณ วันอื่นๆ เขาก็แทบไม่บำเพ็ญตนเลย แต่กลับทุ่มเวลาและแรงกายไปกับการลิ้มลองอาหารชนิดต่างๆ ยามว่างก็ออกนอกเมือง หรือไปฟังเรื่องเล่าที่โรงน้ำชาข้างๆ ช่วงแรกยังได้พบกับสวี่ชิวอันแทบทุกวัน เพียงแต่พอซ่งโหยวเชิญให้เขามานั่งด้วย กลับไม่ยอมมาแล้ว ผ่านไปหลายวันเข้า เด็กชายผู้นั้นคงจะกลับไปทำมาหากินแล้ว จึงไม่ได้พบกันอีกเลย
กิจการโรงเตี๊ยมดีขึ้นทุกวัน ซ่งโหยวพักอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนเต็ม
อากาศอุ่นขึ้นมากแล้ว เพียงแต่หิมะนอกเมืองยังไม่ละลาย
ซ่งโหยวยึดถือแนวคิดว่า ‘เงินที่พกติดตัวมา ล้วนเป็นหยาดเหงื่อแรงกายของแม่นางสามสี ต้องรู้จักประหยัด’ เขาจึงตกลงเจรจา