ร เสบียงสิ้นเปลืองไปเท่าไร ต่อมาแม้ได้เทพเซียนช่วยเหลือ จึงพลิกจากรับเป็นรุก กระนั้นยังรบอยู่อีกตั้งสามเดือน กว่าจะมีชัย ต้องเสียเลือดเนื้อมากมายเพียงใด”
“บัดนี้กองทัพชายแดนเหน็ดเหนื่อยสิ้นกำลัง หากยังจะบุกขึ้นเหนืออีก ชาวแดนเหนือพวกนั้นก็ใช่ว่าจะยอมให้รังแกง่ายๆ! หากรุกล้ำเข้าไปในถิ่นศัตรู แล้วพลิกพ่ายขึ้นมา จะไม่เกิดหายนะหรอกหรือ!”
“ท่านทั้งหลายว่าใช่หรือไม่เล่า!”
“โอย… ในราชสำนักโต้เถียงกันดุเดือดถึงเพียงนี้…”
“บอกว่าเถียงกัน ยังนับเบาไป ถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วยซ้ำ!”
นักเล่าเรื่องย่นหน้า เสมือนกับว่าตนเองพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“ใต้หล้าต่างรู้ว่าฝ่าบาททรงชราภาพ ช่วงก่อนยังประชวรหนัก รัชทายาทสององค์ก็ยังเยาว์นัก ราชการบ้านเมืองส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในพระหัตถ์องค์หญิงฉางผิง ครั้นฟังรายงานศึกแล้ว พระนางกลับไม่เห็นชอบที่จะสู้รบต่อ ต้องการฟื้นฟูบ้านเมืองและหยุดสงครามครั้งนี้ลง…”
เสียงเล่าค่อยๆ แผ่วลง ราวกับกำลังกล่าวถึงสิ่งต้องห้ามที่ไม่อาจแพร่งพรายออกมาได้
ซ่งโหยวได้ฟังก็ยิ้มออกมา
ธรรมเนียมของแต่ละราชวงศ์นั้นต่างกัน บางราชวงศ์ห้ามกล่าวถึงราชการอย่างเข้มงวด แต่แผ่นดินต้าเยี่ยนหาเป็นเช่นนั้นไม่ ในนครฉางจิง ชาวบ้านออกปากวิจารณ์ราชการกันกลางถนนเป็นเรื่องธรรมดา นักปราชญ์ออกตัวตำหนิติเตียนฮ่องเต้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแปลก ตราบใดที่ไม่จงใจใส่ร้ายหรือยุยงให้เสื่อมพระเกียรติ ก็ไม่ถึงกับเป็นโทษอะไรนัก
ชัดเ