ก็มีกลิ่นอายบางอย่างแฝงอยู่
แม้ไม่ได้ประสบพบเจอกับตนเอง แต่เพราะเขามีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานี้ ก็ย่อมถือเป็นผู้ร่วมสมัยเช่นกัน
สายตาของมนุษย์มีเพียงกว้างเท่านี้ ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล มนุษย์แสนเล็กจ้อย ไม่อาจเห็นทุกสิ่งได้ด้วยตาตนเอง แต่ละคนล้วนมีเหตุการณ์เบื้องหน้าที่ต้องเผชิญ การจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า แล้วรับฟังเรื่องอื่นจากที่ไกลตัวยิ่งกว่า ก็ถือว่าดีไม่น้อย
“ดอกไม้สองดอกล้วนบานคนละกิ่ง!”
“ทูตใช้เวลาเพียงสี่วัน สาสน์ก็ถูกส่งไปถึงทางเหนือ ทว่าขากลับนั้นใช้เวลาเพียงสามวัน แม่ทัพเฉินได้รับคำสั่งแล้วก็ป่าวประกาศ ลั่นกลองศึกสะท้านฟ้า เร่งรวบรวมแม่ทัพนายกอง แบ่งกำลังออกหลายสาย บุกเข้าสู่ดินแดนเหนือ!”
“รุกไปทางใดก็ไร้คนขวาง!”
“เพียงครึ่งเดือน ก็สามารถตีฝ่าขึ้นไปถึง ‘หม่าอีตง’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของราชสำนักแดนเหนือได้แล้ว เหยียบย่ำจนแหลกลาญ จากนั้นยังบุกลึกเข้าไปอีกกว่าสองพันลี้ จึงค่อยหยุด! เฮ้อ มิได้รีบร้อนยกทัพกลับ หากแต่เลือกตั้งแท่นบวงสรวงฟ้าบนภูเขาลูกสูง ประกาศต่อสรวงสวรรค์ว่าศึกครั้งนี้มีชัย เพื่อให้ชาวแดนเหนือรู้ว่ากองทัพของเรายกมาถึงที่นี่แล้ว จึงค่อยถอนทัพกลับ…”
“…”
นักพรตเงี่ยหูฟัง เห็นทีตนคงเพิ่งก้าวผ่านช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของแผ่นดินนี้ไปหมาดๆ
ผู้คนในโรงน้ำชาล้วนตื่นเต้นไม่แพ้กัน หลายคนกำมือแน่นด้วยความฮึกเหิม แม้แต่พวกที่นั่งเล่นพนันอยู่รวมโต๊ะ ก็เผลอหยุดมือ หันไปทางนักเล่า