่างไรหรือ”
“แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะไม่รู้จักดูแลตนเองตั้งแต่ยังหนุ่ม ย่อมทิ้งโรคภัยไว้ให้ภายหลัง จะรักษาได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล อย่างน้อยหากใส่ใจสักหน่อย ย่อมบรรเทาได้มาก” นักพรตเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ “ผู้คนมักหันมารักสุขภาพตอนแก่เฒ่า ที่แท้ก็เป็นเพียงการลับดาบเอานาทีสุดท้าย ความจริงแล้ว ควรห่วงใยตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาวต่างหาก”
แววตาของเด็กหนุ่มพลันสั่นระริก แต่ยังมิได้ตอบอะไรไป
เขาเป็นคนใจดี นักพรตก็เป็นผู้มีเมตตา เมื่อเห็นอีกฝ่ายน้อมรับฟัง นักพรตก็เอ่ยต่อ
“จงระวังอย่าโหมหนักนัก ให้มีทั้งเวลางานทั้งเวลาพัก บางคราวแม้การฝึกยุทธ์จะว่าไม่ก้าวหน้าก็ถอยหลัง แต่หากเร่งร้อนเกินไปกลับยิ่งไปไม่ถึงฝั่ง หากมีโอกาส ก็ควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหาร ปลาแม่น้ำกลิ่นคาวจึงราคาถูกกว่าปีกไก่หรือเนื้อสัตว์อื่น ทว่าเป็นของบำรุงอย่างดี โดยเฉพาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ ฤดูนี้แม่น้ำลำธารล้วนกลายเป็นน้ำแข็ง เพียงเจาะรูก็จับปลาได้ง่ายๆ รอบเมืองนี้ทรัพยากรอุดม ลำธารในเขามีปลาหลากหลายชนิด เพียงถือไม้ไปก็ตกเองได้แล้ว ไม่ต้องเสียเงินทอง เพียงแต่เหนื่อยหน่อยเท่านั้น”
แววตาเด็กหนุ่มยังคงวูบไหว
วัยเช่นนี้มักถือทิฐิแรง ไม่ยอมรับผิด ไม่เผยความบกพร่องออกมาง่ายๆ แต่เขาล้มลุกคลุกคลานในยุทธภพมาหลายปี รู้จักแยกแยะคำหวังดีออกจากถ้อยคำเหลาะแหละ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จึงประสานมือคารวะนักพรต
“ขอบคุณท่านสำหรับคำชี