ชายคนนั้นชะงักงันไปทันที
ความทรงจำพรั่งพรูขึ้นมา
ใช่แล้ว…
“อืม…”
ชายวัยกลางคนไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ แววตาวูบไหวเหมือนยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่เป็นภาพลวงก่อนตาย หรือว่าตนได้สิ้นลมหายใจไปแล้วจริงๆ
ในขณะที่ยังสับสนอยู่นั้น ก็ได้ยินนักพรตหนุ่มเอ่ยว่า “หากท่านยังพอเดินไหว ก็ตามพวกข้ามาเถิด พวกข้ากำลังต้มน้ำร้อนอยู่พอดี”
“…”
ชายวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง พยายามลุกขึ้น
น่าอัศจรรย์ที่ร่างกายซึ่งควรอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรง กลับฟื้นขึ้นมาอย่างไม่ทราบเหตุ มือเท้าที่ชาเพราะความหนาวค่อยๆ เคลื่อนไหวได้อีกครั้ง เขาพยายามหยัดกายขึ้นเล็กน้อย สุดท้ายก็ลุกขึ้นยืนได้แล้ว
ช่างเหมือนภาพลวงตามากขึ้นทุกที
นักพรตหนุ่มยิ้มออกมา
“ไม่ไกลนักหรอก”
จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
เด็กหญิงร่างเล็กก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย ขณะเดียวกันก็หันไปมองซ้ำๆ เหมือนกำลังประเมินใครบางคน
ชายวัยกลางคนทอดสายตามองใบหน้าของเธอ รู้สึกว่าแม้จะเป็นบุตรสาวของตระกูลขุนนางหรือผู้ลากมากดีที่เติบโตมาในเรือนลับตา ก็ยากจะหาสักคนที่มีหน้าตาจิ้มลิ้มถึงเพียงนี้ได้ ยิ่งที่นี่เป็นดินแดนเย่ว์โจวซึ่งถูกไฟสงครามกวาดล้างผู้คนไปจนหมดสิ้นแล้ว และที่แห่งนี่ก็อยู่เหนือสุดของอ่าต้นชิงถงอันปกคลุมไปด้วยหมอกพิษ
ภาพของฝูงหมาป่าเมื่อครู่ ผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง
“…”
หากนี่คือภาพลวงตาก่อนตาย หรือการพบพานสิ่งประหลาดหลังความตาย ก็นับว่าดีกว่าการสิ้นลมหายใจไป