้นก็เข้าใจได้ รีบก้าวไปตรวจดู
เด็กหญิงเองก็มิได้โง่งม ครั้นเห็นเช่นนั้นก็โบกเรียกหมาป่ากลับ
“เขาตายแล้วหรือยัง”
“เพียงแค่หมดสติไปเท่านั้น”
“เพราะหนาวเกินไปหรือ”
“ก็เป็นไปได้”
นักพรตหนุ่มเอ่ยพลางก้มตัว เป่าลมหายใจออกไป
“ฟู่…”
ลมหายใจลอยวนไม่สลาย แล้วไหลซึมเข้าสู่ปากจมูกของชายผู้นั้น
“แค่ก แค่ก…”
สายตาพร่ามัวมองไปเบื้องหน้า เห็นนักพรตหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ รูปโฉมสุภาพอ่อนโยน สีหน้าเรียบนิ่ง กำลังจ้องมองเขาอย่างสงบ ถัดลงมามีเด็กหญิงร่างเล็กยืนอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตฉายแววใคร่รู้ ดูสดใสยิ่งนัก
สายตาเลื่อนลอยไปไกล
เบื้องหลังพรตหนุ่มและเด็กหญิงมีหมาป่าร่างใหญ่กำยำฝูงหนึ่งล้อมเขาไว้ แต่ละตัวต่างกำลังจ้องเขม็งมายังตน
“อ๊ากก!”
ชายผู้นั้นตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว รีบถอยกรูดไปด้านหลัง
“ไม่ต้องกลัว”
นักพรตหนุ่มหันไปมองเด็กหญิงแวบหนึ่ง
เด็กหญิงเข้าใจทันที จึงโบกธงในมือ
ฝูงหมาป่าแปรเปลี่ยนเป็นควันดำไหลกลับเข้าสู่ธงในมือ
ชายวัยกลางคนถอยไปจนชิดลำต้นชิงถง หาได้มีทางหนีอีก ร่างของเขายังคงสั่นระริก จ้องมองทั้งสองด้วยดวงตาที่เบิกโพลง
“พวกท่าน…พวกท่านเป็นคนหรือปีศาจกันแน่”
“ข้าเป็นคน”
“ส่วนข้า ไม่บอกเจ้าหรอก~”
“ข้า…ข้าทั้งชีวิตไม่เคยทำชั่วเลย! พวกท่านอย่าทำร้ายข้าเลย!”
“ท่านเกือบหนาวตายอยู่ตรงนี้แล้ว” นักพรตหนุ่มเหลือบมองตำแหน่งที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ พลางคลี่ยิ้มบางๆ “เรายังจำเป็นต้องทำร้ายท่านอีกหรือ”
“…”