บทที่ 301 วาสนาไม่จำเป็นต้องแสวงหา
……………
ต้นฤดูใบไม้ผลิ รัชศกหมิงเต๋อปีที่สอง บนเขาหยินหยาง อำเภอหลิงเฉวียน
นักพรตเฒ่านั่งอยู่ริมหน้าต่าง จดหมายที่ส่งมาถึงเมื่อสองวันก่อนยังคงวางอยู่บนโต๊ะ ตลอดสองวันนั้น นางหยิบขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เมื่อจะเขียนตอบกลับลังเลเสียอย่างนั้น
คิดอยู่นาน จึงหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมา ก้มหน้าก้มตาเขียน
“…”
‘ข้ารู้ว่าเจ้ามาจากอีกโลกหนึ่ง ข้าไม่รู้ว่าโลกนั้นเป็นเช่นไร แต่เจ้าคงคิดว่าโลกนี้ย่อมงดงามกว่านี้มากนัก หรือบางทีในโลกนั้นยังมีสิ่งที่เจ้าปล่อยวางไม่ได้ มีที่ให้เจ้าได้พักพิง จึงได้ห่วงหาอาลัยถึงเพียงนี้’
“…”
‘เจ้าคงคิดว่าโลกนี้น่าเบื่อ คิดว่าทั่วหล้าล้วนทุกข์ยาก คิดว่าผู้คนต่างโง่งม ใช่ โลกนี้ช่างมืดมนและโง่เขลา แต่กว่าเจ้าจะได้รับจดหมายฉบับนี้ เกรงว่าคงผ่านไปอีกหลายปีแล้ว เส้นทางท่ามกลางภูเขาแม่น้ำล้วนกันดาร ยามนั้นเจ้าคงได้เห็นภูมิทัศน์งามล้ำมานับไม่ถ้วนแล้วกระมัง’
‘ถึงตอนนั้นเจ้าคงเข้าใจว่า แท้จริงแล้วโลกอันมืดมนเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะไร้สีสันกว่าโลกที่เจ้าจากมา ความทุกข์ของราษฎร ความเขลาของผู้คน และความมืดมนของเรื่องราวบนโลกล้วนมีอยู่ แต่หากจะคิดว่าคนพวกนั้นไม่มีเศษเสี้ยวแห่งความสุขหลงเหลืออยู่เพียงเพราะเหตุนี้ เห็นว่าโลกนี้ไม่คู่ควรแก่การดำรงอยู่ ย่อมเป็นความคิดแสนโอหัง’
‘บางทีผู้คนอาจโง่เขลาจริง แต่ดวงใจของพวกเขาหาได้ต่างไปจากเจ้าหรือข้า’
“……”
‘ต