มีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุม เธอเลยเดาว่าน่าจะจบมหาลัยแล้ว ไม่นึกว่าจะเด็กกว่าที่คิดขนาดนี้
ในหัวเธอมีเสียงวิ้งๆ เหมือนผึ้งนับหมื่นตัวกำลังจัดปาร์ตี้
เธอนึกย้อนไปถึงตอนเจอเซี่ยตงครั้งแรก
เด็กหนุ่ม… ไม่สิ ผู้ชายคนนั้น มาที่บริษัทคนเดียว ควักเอกสารคำร้องออกมาที่ดูเป็นมืออาชีพและเป๊ะกว่าเด็กฝึกงานอย่างเธอทำเสียอีก
เธอนึกถึงหัวหน้าของเธอ ผู้จัดการฟ่านจอมเก๋าเกม ที่ยังต้องเกรงใจเซี่ยตง จนสุดท้ายยอมลดค่าดำเนินการให้ครึ่งหนึ่ง
เธอนึกถึงกล่องสุ่ม “เจ้าอ้วนส้ม” ที่จุดกระแสในชุมชนเทียนหยา ทำเอาสาวออฟฟิศคลั่งไคล้ และไอเดีย “Hunger Marketing” ระดับอัจฉริยะนั่น
เธอนึกถึงเมื่อกี้ ที่เขาเลื่อนเก้าอี้ให้ด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติและเป็นผู้ใหญ่
ทุกอย่างชี้ไปที่ภาพลักษณ์ของชนชั้นนำทางธุรกิจที่เจนจัด รอบคอบ และเชี่ยวชาญ
แต่ตอนนี้ เจ้าตัวกลับบอกเธอหน้าตาเฉยว่า
เพิ่งจบ ม.6
เป็นว่าที่เด็กมหาลัย?
นี่… นี่มันแฟนตาซียิ่งกว่าหนังเกรดบีอีก!
ถังซือฉีรู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลายอย่างรุนแรง
เธอมองหน้าเซี่ยตงที่ดูเด็กเกินเบอร์ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกสักคำ
บางที คงต้องใช้คำว่าอัจฉริยะมาอธิบายสินะ…
คุยกันต่ออีกสองสามประโยค ถังซือฉีก็โดนโทรศัพท์เรื่องงานเรียกตัวไป
มองตามรถแท็กซี่ของถังซือฉีที่ลับสายตาไปตรงหัวมุมถนน เซี่ยตงค่อยๆ ละสายตากลับมา
สายตาสุดท้ายที่เธอมองเขา มันปนเปไปด้วยความตกตะลึง สับสน และความเลื่อมใสที่อธิบาย