แทนบุญคุณที่ชี้แนะในครานั้น”
ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็พลันดังเข้าสู่หูของลวี่หยาง
“ข้าได้ฝังของสิ่งหนึ่งไว้ที่เกาะโดดเดี่ยว โพ้นทะเล หากครานี้ข้าประสบผล ของสิ่งนั้นก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป หากข้าล้มเหลวสิ้นชีพ ของนั้นก็ขอมอบแก่สหาย”
ลวี่หยางเมื่อได้ยินก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ หงเทียนก็พลันเหมือนปลดเปลื้องปมในใจลงอย่างสิ้นเชิง พลังกายทั่วร่างแผ่ขยายออกโดยมิได้ปิดบัง สะบัดแขนเสื้อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกจากแท่นสูงอย่างองอาจ
“โครม!”
หงเทียนก็ยืนอยู่บนฟ้าเช่นนี้ พลังปราณกลับในชั่วพริบตาเดียวก็แผ่ไปไกลถึงสี่ทะเล ทั้ง[ประวัติศาสตร์เทียม]ทั่วทั้งใต้หล้าก็อดที่จะบังเกิดการตอบสนองมิได้
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเองเพลิงบนสวรรค์ก็เปล่งรัศมีสว่างจ้า
ลวี่หยางมองเห็นอย่างชัดเจน เพียงเห็นเหนือศีรษะของหงเทียน มีลำแสงวิญญาณสายหนึ่งค่อย ๆ ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ ภายในมีพระราชวังนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น เป็นภาพลักษณ์ของแดนมงคลของเขาโดยแท้
‘[แดนมงคลหงกวง]’
โดยมีแดนมงคลนี้เป็นศูนย์กลาง ลวี่หยางมองเห็นตาข่ายที่หนาแน่นกำลังแผ่กระจายออกมาโดยรอบ นั่นคือบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนซึ่งใน[ประวัติศาสตร์เทียม]เรียกขานว่ามหาวิถีสวรรค์แคว้นโดยแก่นแท้แล้วคือสิ่งเดียวกัน และตาข่ายนี้ กำลังแผ่ขยายออกไปอย่างอุกอาจครอบคลุมทั่วห้าแคว้นแห่งใต้หล้า
เริ่มแล้ว!
ทุกครั้งที่ตาข่ายนี้คลุมทับพื้นที่หนึ่งเพลิงบนสวรรค์